ดีคร้าเพื่อนเพื่อน ทุกคนก้อไม่มีไรหรอก อยากเปงเพื่อนกะทุกคนอ่ะ
ยังไงก้อแวะเวียนมาคุยได้ที่ mail อยากรู้จักเพื่อนทุกคนค่ะ
เราก้อเปงคนร่าเริงอ่ะ ยิ้มง่าย สนุกสนานเฮฮา อยู่ด้วยแล้วไม่เบื่อหรอก ถ้าเบื่อก้อไม่ใช่เราอ่ะ อยากคุยกะเพื่อนทุกคนคร้า
เด้วมาอัฟเรื่องเพลงแล้วก้อเรื่องดนตรีอะไรที่มีความรู้จามาเล่าให้ฟังแล้วก้อเรื่องตลก สนุกสนานเฮฮาอ่ะ
บางที . . . เคยคิดว่า การได้ "พูด" จะทำให้เข้าใจ แต่บางที การไม่พูดอะไรเลย คงดีเหมือนกัน อย่างตอนใครสักคน กำลังจะไป . . . หากจะพูดอะไร ให้เป็นเหตุผล ให้เป็นการลาที่ดี ให้ยังรู้สึกดี หรือจะเพื่อทำร้ายจิตใจ หรือไม่ให้ตัวเองผิด ก็ดูเหมือนจะจำเป็น แต่สิ่งที่เป็นผล คือ ยังไงก็ต้องไป ดูเหมือน ที่พูดมาทุกอย่างก็ไม่มีค่าแล้ว แม้ต้องการสร้างความรู้สึกใดๆ ก็ตามในใจคนฟัง เพราะสิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความว่าง เพราะนานไป แม้กระทั่ง "ความทรงจำ" มันอาจไม่ช่วยอะไร เพราะความจริง คือ มันอาจทำร้ายเราด้วยซ้ำ ที่ว่าให้เก็บความทรงจำดีๆ นั้น เพื่ออะไรล่ะ? ทั้งที่เราต้องจมกับความทรงจำนั้นๆ แล้วร้องไห้ แต่คนๆ นั้นกำลังไปสร้างความทรงจำใหม่ สิ่งที่จะพูดนั้น มันมาจากความอึดอัด ความไม่สบายใจ ความคิดที่ว่าจำเป็นต้องพูด เพื่ออะไรก็แล้วแต่ . . . แต่สิ่งที่คนฟังมี ไม่มีทางพ้นคำว่า "เสียใจ" นั้นจะเป็นความรู้สึกเดียว ที่เหลืออยู่ ไม่มีใครหรอก ที่จะไม่รู้สึกถึงมันเลยสักนิด กับการต้องสูญเสียคนที่รักไป แม้จะบอกว่า . . . เขากำลังจะมีความสุข ฉัน "รัก" เขา ฉันก็พอใจแล้ว อย่าเลยนะ โกหกคนอื่นน่ะทำได้ แต่น้ำตาที่ไหลออกมา มันโกหกตัวเองไม่ได้หรอก ใจที่เหนื่อยล้า จะฝืนยิ้มได้ก็แค่นั้น เพราะดวงตาก็คงไม่ยิ้มด้วย ช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน หากยังต้องมากลั้นน้ำตา เวลายืนฟังใครคนนั้นพูดบางอย่างออกมา เพราะยังไง ดียังไง เค้าก็ไป . . . แต่หลายคน ก็ยังดื้อขอฟัง . . . เหตุผล . . . ที่ไป ความรู้สึกที่เหลือ ความจริงหรืออะไรก็ตาม... ที่คิดว่ายังเป็นความหวัง แต่แล้วหากมันไม่ช่วยอะไร นอกจากตอกย้ำความรู้สึก เดินออกมาดีกว่าไหม . . . อย่างน้อย แม้จะเป็นคนโดนทิ้ง แต่ก็เป็นคนที่ไม่ต้องเห็นด้านหลัง คนที่จากไป มันน่าเศร้าจะตาย หากเห็นเค้ากำลังเดินจากไป แล้วเค้าก็คงไม่เห็นน้ำตาเราด้วย . . . เหตุผลเดียวที่คนเราจะเลิกกัน คือ ไม่รักแล้ว
ดูเหมือน ที่พูดมาทุกอย่างก็ไม่มีค่าแล้ว แม้ต้องการสร้างความรู้สึกใดๆ ก็ตามในใจคนฟัง เพราะสิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความว่าง เพราะนานไป แม้กระทั่ง "ความทรงจำ" มันอาจไม่ช่วยอะไร เพราะความจริง คือ มันอาจทำร้ายเราด้วยซ้ำ
ที่ว่าให้เก็บความทรงจำดีๆ นั้น เพื่ออะไรล่ะ? ทั้งที่เราต้องจมกับความทรงจำนั้นๆ แล้วร้องไห้ แต่คนๆ นั้นกำลังไปสร้างความทรงจำใหม่
สิ่งที่จะพูดนั้น มันมาจากความอึดอัด ความไม่สบายใจ ความคิดที่ว่าจำเป็นต้องพูด เพื่ออะไรก็แล้วแต่ . . . แต่สิ่งที่คนฟังมี ไม่มีทางพ้นคำว่า "เสียใจ" นั้นจะเป็นความรู้สึกเดียว ที่เหลืออยู่
ไม่มีใครหรอก ที่จะไม่รู้สึกถึงมันเลยสักนิด กับการต้องสูญเสียคนที่รักไป แม้จะบอกว่า . . . เขากำลังจะมีความสุข ฉัน "รัก" เขา ฉันก็พอใจแล้ว
อย่าเลยนะ โกหกคนอื่นน่ะทำได้ แต่น้ำตาที่ไหลออกมา มันโกหกตัวเองไม่ได้หรอก ใจที่เหนื่อยล้า จะฝืนยิ้มได้ก็แค่นั้น เพราะดวงตาก็คงไม่ยิ้มด้วย
ช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน หากยังต้องมากลั้นน้ำตา เวลายืนฟังใครคนนั้นพูดบางอย่างออกมา เพราะยังไง ดียังไง เค้าก็ไป . . .
แต่หลายคน ก็ยังดื้อขอฟัง . . . เหตุผล . . . ที่ไป ความรู้สึกที่เหลือ ความจริงหรืออะไรก็ตาม... ที่คิดว่ายังเป็นความหวัง
แต่แล้วหากมันไม่ช่วยอะไร นอกจากตอกย้ำความรู้สึก เดินออกมาดีกว่าไหม . . . อย่างน้อย แม้จะเป็นคนโดนทิ้ง แต่ก็เป็นคนที่ไม่ต้องเห็นด้านหลัง คนที่จากไป
มันน่าเศร้าจะตาย หากเห็นเค้ากำลังเดินจากไป แล้วเค้าก็คงไม่เห็นน้ำตาเราด้วย . . . เหตุผลเดียวที่คนเราจะเลิกกัน คือ ไม่รักแล้ว
หวัดดีจ่ะ
จำกานได้ป่าวเอ่ย
มะด้ายเข้ามาซะนาน
ข้อมูลจาก Forward Mail ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
แม้ผู้หญิงจะมีความละเอียดอ่อนเพียงใด ก็ใช่ว่าจะเข้าใจผู้ชายได้ดีพอ และอาจปฎิบัติต่อเขาผิดพลาดไปอย่างน่าเสียดาย ลองนึกดูสิว่าเขาของคุณเป็นอย่างนี้บ้างหรือเปล่า
1. เกลียดการเป็นคนผิด
ถ้าเขาเลือกขับรถเข้าไปในทางที่ผิดโดยไม่ฟังคำค้านของคุณเลย ก็จงอย่าไปว่ากล่าวเขา เพราะผู้ชายน่ะเกลียดที่จะเป็นคนผิดโดยเฉพาะกับผู้หญิง การรู้เท่าทันปัญหา เป็นผู้สั่งการถือเป็นสิ่งที่เขาเชื่อมั่นมาโดยตลอด การตอกย้ำว่าเขาผิดไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เขาพอใจที่จะถูกเสมอและมองข้ามความผิดของเขาไป
ผู้หญิงควรทำ แทนที่จะพูดว่า "คุณก็เป็นอย่างนี้ รู้ว่ามาผิดทางก็ยังดันทุรัง" ให้พูดว่า "คุณน่าจะลองถามทางคนแถวนี้ดูนะ ปกติคุณรู้เส้นทางดี แต่แถวนี้มันวกวนไปหน่อย"
2. เกลียดผู้หญิงหงุดหงิด
เจ้าอารมณ์ ไม่มีใครชอบการเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ ยิ่งผู้ชายยิ่งแล้วใหญ่ การที่ผู้หญิงระดมพายุอารมณ์ใส่เขาย่อมเป็นการท้าทายความมั่นคงของเขา หากเขาเฉยเมยไม่ตอบโต้ก็กลัวจะเป็นฝ่ายอ่อนแอ เพราะฉะนั้นอย่าผลักเขาเข้าไปในมุมอับ ผู้ชายไม่รู้อะไรทุกเรื่อง ถ้าคุณเซ็ง หงุดหงิด ก็จงบอกเขาไปตามตรงว่าต้องการอะไรจากเขา
ผู้หญิงควรทำ แทนที่จะพูดว่า "พอกันที ฉันเบื่อความซื่อบื้อของคุณเต็มทีแล้ว"
ให้พูดว่า "คุณรู้ไหม ที่คุณลืมวันเกิดฉัน ฉันเสียใจมากจริงๆ" (ถอนหายใจยาวๆก่อนพูด 3 ที)
3. เกลียดผู้หญิงทำตัวเป็นแม่
ทำเหมือนเขาเป็นเด็กเล็กทีต้องคอยคำชี้แนะตักเตือน ผู้หญิงเติบโตมาโดยมีภาพแม่เป็นแบบอย่าง เก็บความเป็นแม่ไว้ใช้กับลูกเท่านั้นเถิด ผู้ชายอาจต้องการคำแนะนำดีๆบ้างแต่ไม่ใช่การสอนและปกครอง เขารู้สึกว่าไม่มีความสามารถและหมดคุณค่าในตัวเอง
ผู้หญิงควรทำ แทนที่จะพูดว่า "คุณโทรไปบอกเพื่อนคุณสิว่าไม่สบายไปไม่ได้"
ให้พูดว่า "ที่รัก ฉันเป็นห่วงคุณจัง ท่าทางคุณอยากพักผ่อนมากกว่า"
5 เคล็ดลับใช้หัวใจฟังผู้ชาย
จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาคิด รู้สึกและต้องการอะไร ถ้าเราตัวแต่ใช้หูเงี่ยแต่ไม่ใช้ใจฟัง เทคนิคง่ายๆนี้อาจช่วยให้ผู้หญิงถึงบางอ้อก็ได้ 1. อย่าขัดคอ
รู้ไหม ผู้ชายมีความระมัดระวังและความพยายามในการพูดอย่างมาก แต่ถ้าถูกขัดคอเขาจะติดขัดไปไม่ถึงจุดหมายที่เขาต้องการเสียที ผู้หญิงเราอาจจะละเอียดละออไปหน่อยเลยมีข้อโต้แย้งตลอด ดังนั้นอดทนให้เขาไปถึงจุดหมายก่อน ค่อยแสดงความคิดเห็นจะดีกว่า
2. ฟังให้จบ อย่าเพิ่งคิดแทน
ผู้หญิงเราชอบเดานั่นเดานี่ระหว่างผู้ชายจึงเข้าใจไขว้เขว เช่นเขาพูดว่า "ผมอยากได้รถยนต์มือหนึ่ง มันดีจริงๆนะ" คุณอาจตีความว่า "กำลังจะขอฉันใช้เงินก้อนโตล่ะสิ" ทั้งที่เขาอาจหมายถึง "มันประหยัดน้ำมันและไม่เสียจุกจิก คิดแล้วคุ้มกว่ารถกระป๋องคันเดิมตั้งเยอะ" ก็ได้
3. ให้เขารู้ว่าคุณเข้าใจเขา
บางอย่างฟังแล้วไม่เห็นด้วย แต่ไม่สำคัญเท่ากับทำให้เขาเห็นว่าคุณเข้าใจในเหตุผลที่เขาอธิบาย เห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
4. สัมผัสเขาขณะที่ฟัง
การจับมือ นั่งใกล้ๆหรือวางมือบนแขนเขาช่วยให้เขารู้สึกใกล้ชิดและอุ่นใจมากขึ้น ใช้ได้ผลดีมากตอนทีอยากให้เขาคลายความในใจ
5. อย่าคาดหวังให้เขาพรั่งพรูอารมณ์
อย่างที่บอกว่าเขาถูกสอนมาให้เก็บความรู้สึก มิเช่นนั้นจะมิใช่ "ผู้ชาย" ดังนั้นถ้าเขาพูดว่า "ผมก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้หรอก" นั่นก็หมายความว่า "ผมเสียใจ" แล้วล่ะ
ไว้อ่านขำขำน่ะ
ชีวิตของเจมช่างเลวร้ายเสียจริงๆ ตั้งแต่เขาเป็นเด็กเล็กๆ แล้วที่ถูกเพื่อนฝูงกลั่นแกล้งตลอดเพราะว่าเขาตัวเล็กกว่าทุกคน เจมเลยไม่กล้ามีนัดกับสาวคนไหนเลย และเขาก็ยังครองตัวบริสุทธิ์มาโดยตลอด จนถึงวันนี้ที่เขามีอายุครบ 20 ปี เพื่อเป็นการข่มความรู้สึกเศร้าหมองในใจ เจมเลยออกไปนั่งดื่มไวน์ปลอบใจตัวเองตามลำพังในวันครบรอบวันเกิดที่ 20 ของเขา ขณะนั่งอยู่ในบาร์นั้น ก็มีแม่ม่ายคนหนึ่งกระแซะเข้ามาใกล้ๆ ชวนเขาคุย ซื้อไวน์เลี้ยงเขา แล้วในที่สุดเธอก็พูดว่า "นี่ พ่อหนุ่ม ฉันรู้ว่าเราควรทำอะไรต่อ เธอไปกับฉันซิ" แม่ม่ายหุ่นเซ็กซี่ชวนด้วยน้ำเสียงแสนหวาน เจมตื่นเต้นเอามากๆ จนแทบก้าวขาไม่ออก แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไปถึงบ้านม่ายสาวแสนสวยในที่สุด พอถึงบ้านเธอก็บอกเขาว่า "คุณเข้าไปในห้องนอนก่อนซิ..ถอดเสื้อผ้าออกให้หมดนะ เดี๋ยวจะตามไป" เจมทำตามคำสั่ง และแล้วในขณะที่เขานอนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นใต้ผ้าห่ม ประตูห้องนอนก็เปิดออก ม่ายสาวเดินมาพร้อมกับลูกชายวัย 9 ขวบของเธอ..เธอเปิดไฟ เลิกผ้าห่มออก แล้วพูดด้วยเสียงอันดังว่า "นี่ลูก..เห็นไหม หากลูกไม่ยอมกินข้าวเยอะๆ ไอ้จู๋ของลูกก็จะเล็กแบบนี้แหละ"
เรียกซะแก่เลย
แค่วัยรุ่นหัวงูก้อพอ
มีซ้ะที่ไหน๋ล่ะ ฟงแฟน -.-" ไก้วาเลนทายแร้วด้วย ต้องหาให้ทันน้ะคร้ะ เด่วเสียใจเเย่เลย ต้องรออีกตั้งปีนึง เปนกะลังจายให้น๊า ..แล้วนี่ชื่อไรอ่าคั้บ