You Are My Little Cat Part 4
Part 4
รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงหน้าคฤหาสน์หลังงาม คุณชายเจ้าของคฤหาสน์ลงจากรถอย่างรีบร้อน
ภายในใจร่ำร้องอยากกล่าวคำขอโทษกับร่างบางสักพันครั้งให้สมกับการกระทำและความคิดที่โง่เขลาของตน
ขายาวก้าวพาตัวเองไปยังชั้นบนของคฤหาสน์มุ่งหน้าสู่ห้องนอนใหญ่ อยากเห็นรอยยิ้มจากใบหน้าหวานและ
ได้ยินคำยกโทษจากปากอิ่มของคนรัก
‘เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนต้องไม่ให้แฮร์รี่ล่วงรู้เด็ดขาด ถึงแม้เขาจะมั่นใจว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม’
‘เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนต้องไม่ให้แฮร์รี่ล่วงรู้เด็ดขาด ถึงแม้เขาจะมั่นใจว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม’
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนต้องไม่ให้แฮร์รี่ล่วงรู้เด็ดขาด ถึงแม้เขาจะมั่นใจว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม’บานประตูถูกผลักออกโดยเร็ว ภายในห้องเงียบสนิทไร้ร่องรอยเจ้าของห้อง ผ้าปูที่นอนยังคงเรียบตึงเหมือนไม่เคยถูกใช้มาก่อนร่างสูงเริ่มร้อนรนเมื่อไม่พบร่างบาง คำถามที่ต้องการคำตอบเกิดขึ้นในใจ ‘แฮร์รี่หายไปไหน’“นาร์เดีย! นาร์เดีย! ใครๆ อยู่แถวนี้บ้างมาที่ห้องโถงหน่อยซิ” เสียงตะโกนเรียกจากผู้เป็นนายดังก้องไปทั่วคฤหาสน์คุณแม่บ้านและสาวใช้ออกมายืนรอรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง“นาร์เดีย ! แฮร์รี่หายไปไหนทำไมไม่อยู่ในห้อง ไม่รู้รึไงว่าไม่ควรปล่อยให้นายหญิงคลาดสายตา”“นะ...นายหญิงหายไปเจ้าค่ะ” ถึงจะพยายามเก็บอาการอย่างไรแต่น้ำเสียงที่ตอบออกมานั้นก็ยังคงปิดกั้นความรู้สึกเป็นห่วงในตัวนายหญิงของตนไม่มิด“อะไรนะ!! หายไป หายไปไหน? ดูแลกันยังไง ทำไมถึงปล่อยให้หายไปได้!” เสียงเกรี้ยวกราดของคุณชายมัลฟอยส่งผลให้เหล่าบริวารสะดุ้งด้วยความตกใจกลัว“คือ...นายหญิงหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเจ้าค่ะ ระหว่างที่ดิฉันมารอคุณหมออยู่ด้านล่างพอขึ้นไปอีกทีนายหญิง ก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว”“หมอ?...ทำไมต้องรอหมอด้วย หรือว่าแฮร์รี่เป็นอะไร? นาร์เดียเกิดอะไรขึ้นกับลูกเมียฉัน” ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นทันทีเมื่อได้รับรู้เรื่องราวจากปากของแม่บ้านประจำตระกูล“เอ่อ...คือ...นะ..นายหญิงเกิดเจ็บท้องขึ้นมาอย่างกะทันหันเจ้าค่ะ พวกดิฉันเลยช่วยกันประคองขึ้นไปนอนพักข้างบนหลังจากนั้นดิฉันกับสาวใช้ก็ลงไปรอคุณหมอด้านล่างเพราะนายหญิงขอร้อง เธอบอกว่าอยากพักผ่อนตามลำพัง”“ทำไมแฮร์รี่ถึงเจ็บท้องขึ้นมาได้ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่รีบรายงานฉันห๊า!! มัวทำอะไรกันอยู่”สายตาโกรธเกรี้ยวจ้องมองข้ารับใช้ทุกคนไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมามองสบตานายท่านของตนสักคนเดียว“กระผมไปหานายท่านแล้วขอรับตั้งแต่รู้ว่านายหญิงเริ่มเจ็บท้องกระผมและผู้ติดตามได้ออกตามหาตัวนายท่านอยู่ทั้งคืน แต่ก็ไม่พบ”ร่างสูงหันมองไปตามเสียงพ่อบ้านคนสนิทเพิ่งกลับมาจากการออกไปตามหาตัวนายหญิงของตระกูล“นายท่านหายไปไหนมาเจ้าคะ ทำไมถึงปล่อยให้นายหญิงอยู่ตามลำพัง ทั้งๆที่นายท่านก็รู้ว่าตอนนี้นายหญิงอ่อนแอแค่ไหน”นางกล่าวทั้งน้ำตาเมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อวานผุดขึ้นมาในความทรงจำ“นายหญิงต้องสะเทือนใจและผิดหวังมากแค่ไหนกับการกระทำของคนที่เธอรักข่าวนั่นมันทำร้ายหัวใจของนายหญิงมากนะเจ้าคะ...”“ว่ายังไงนะ...นาร์เดีย ข่าวที่ว่ามันคืออะไร? มาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ยังไง?”ตาคมจ้องมองไปที่แม่บ้านประจำตระกูล คาดคั้นเอาคำตอบจากนาง“ไปหยิบเดลี่พรอเฟ็ตในห้องนั่งเล่นมาให้ฉันซิ” หันไปสั่งกับสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตน“นี่มันอะไรกัน! นาร์เดีย” ร่างสูงถามหญิงวัยกลางคนอย่างไม่เข้าใจ ซึ่งแม่บ้านประจำตระกูลยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมอธิบายอะไรทั้งสิ้น“นี่ค่ะ...คุณนาร์เดีย” สาวใช้เอ่ยขัดขึ้น พร้อมกับยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งส่งให้คุณแม่บ้าน“นายท่านลองอ่านข่าวพาดหัววันนี้สิเจ้าคะ แล้วนายท่านจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด”มือเรียวยื่นหนังสือพิมพ์ตัวต้นเหตุให้กับผู้เป็นนายเดรโกกระชากเดลี่พรอเฟ็ตมาอ่านโดยเร็ว กวาดสายตาอ่านข่าวพาดหัวก่อนจะพลิกเข้าไปอ่านเนื้อในของข่าวนั้น มือแกร่งจับขยุ้มหนังสือพิมพ์ความโกรธพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายสั่นไหวไปตามแรงโทสะที่ยากจะระงับ“อลัน!...ไปสั่งให้คนของเราทั้งหมดออกตามหาตัวแฮร์รี่ หาให้เจอ! ไม่ว่าจะที่ไหนหรือบ้านหลังใดก็ต้องหาให้เจอ เสร็จแล้วตามฉันไปที่ห้องทำงาน!...เห็นทีฉันคงต้องไปเยี่ยมเยียนเดลี่พรอเฟ็ตเสียหน่อยแล้ว”สั่งความกับคุณพ่อบ้านด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานพร้อมกับผู้ติดตามสองคน“นายท่านขอรับ” หนึ่งในผู้ติดตามเอ่ยถามผู้เป็นนายหลังจากเข้ามายืนอยู่ในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“ไปสืบประวัติและตามหาตัวผู้หญิงแพศยา อะมีเลีย พาร์เวล เจอตัวเมื่อไหร่รีบมารายงานฉัน แล้วอย่าลืมว่าเรื่องนี้ต้องไม่มีใครรู้ ทำให้มันเงียบที่สุด เข้าใจไหม?ไปได้แล้ว”“ครับ...นายท่าน” บุรุษทั้งสองโค้งคำนับก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ร่างสูงอยู่ในห้องทำงานตามลำพังคุณชายมัลฟอยทิ้งตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง หนังสือพิมพ์ฉบับเดิมร่วงหล่นจากมือแกร่งสองมือกุมขมับด้วยไม่รู้ว่าป่านนี้แฮร์รี่และลูกในท้องจะเป็นอย่างไรบ้างทุกสิ่งทุกอย่างทำไมมันถึงได้เลวร้ายขนาดนี้เพียงแค่ชั่วเวลาข้ามคืนเรื่องราวต่างๆ มันเกิดขึ้นได้มากมายเพียงนี้เชียวหรือบานประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ใบหน้าคมเงยขึ้นจากฝ่ามือ“อลันไปกับฉัน! ไม่ต้องเตรียมรถเราจะหายตัวไป” ปรับสีหน้าให้นิ่งเฉยเก็บซ่อนความอ่อนแอไว้อย่างมิดชิด เอื้อมมือไปหยิบกระดาษปึกหนาที่ไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิมของมัน“ขอรับ...นายท่าน” รับคำผู้เป็นนาย ก่อนที่ร่างทั้งสองจะหายไป************************************อาคารเก่าแก่ที่เป็นที่ตั้งของสำนักพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ต หนังสือพิมพ์ฉบับโลกเวทมนตร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยข่าวสารที่ตรงกับความเป็นจริงพร้อมด้วยเนื้อหาและการนำเสนอที่กระชับได้ใจความ ทำให้ยอดผู้อ่านพุ่งขึ้นสูงในทุกๆ ปีผู้คนในบริเวณนั้นต่างตื่นตกใจเมื่อร่างสง่างามของ เดรโก มัลฟอยปรากฏตัวตรงหน้าอาคารเก่าแก่สีน้ำตาลไหม้ถึงจะอยากรู้มากขนาดไหนว่าเหตุใดชายหนุ่มรูปงามเป็นที่น่าหลงใหลแก่ผู้พบเห็นถึงมายืนอยู่เบื้องหน้าของตนได้แต่ก็ยังไม่มีใครใจกล้าพอที่จะเดินเข้าไปถามเพราะท่าทางของร่างสูงและบรรยากาศโดยรอบมันชวนให้รู้สึกอึดอัดอย่างไรชอบกล“จะเข้าไปเลยไหมขอรับ...นายท่าน” พ่อบ้านคนสนิทเอ่ยถามคุณชายมัลฟอยเดินนำเข้าไปภายในตัวอาคาร โดยไม่สนใจต่อสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนรอบตัวนับร้อยคู่ จิตใจมุ่งมั่นอยู่ที่ชั้นบนสุดของอาคารหลังนี้ มือข้างหนึ่งกำบางอย่างเอาไว้แน่นราวกับจะบดขยี้ให้แหลกคามือรังสีแห่งความน่ากลัวปกคลุมไปทั่วบริเวณที่ร่างสูงเดินผ่านเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพากันหลบตาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือนถึงแม้ว่าร่างสูงสง่าจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยก็ตาม ประตูไม้เนื้อดีปรากฏอยู่เบื้องหน้าถึงแม้มันจะมีป้ายบอกอย่างชัดเจนว่า ‘ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต’แต่มีหรือที่คนอย่าง เดรโก มัลฟอย จะสนใจ
บานประตูถูกผลักออกโดยเร็ว ภายในห้องเงียบสนิทไร้ร่องรอยเจ้าของห้อง
ผ้าปูที่นอนยังคงเรียบตึงเหมือนไม่เคยถูกใช้มาก่อน
ร่างสูงเริ่มร้อนรนเมื่อไม่พบร่างบาง คำถามที่ต้องการคำตอบเกิดขึ้นในใจ ‘แฮร์รี่หายไปไหน’
“นาร์เดีย! นาร์เดีย! ใครๆ อยู่แถวนี้บ้างมาที่ห้องโถงหน่อยซิ” เสียงตะโกนเรียกจากผู้เป็นนายดังก้องไปทั่วคฤหาสน์
คุณแม่บ้านและสาวใช้ออกมายืนรอรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง
“นาร์เดีย ! แฮร์รี่หายไปไหนทำไมไม่อยู่ในห้อง ไม่รู้รึไงว่าไม่ควรปล่อยให้นายหญิงคลาดสายตา”
“นะ...นายหญิงหายไปเจ้าค่ะ” ถึงจะพยายามเก็บอาการอย่างไรแต่น้ำเสียงที่ตอบออกมานั้น
ก็ยังคงปิดกั้นความรู้สึกเป็นห่วงในตัวนายหญิงของตนไม่มิด
“อะไรนะ!! หายไป หายไปไหน? ดูแลกันยังไง ทำไมถึงปล่อยให้หายไปได้!”
เสียงเกรี้ยวกราดของคุณชายมัลฟอยส่งผลให้เหล่าบริวารสะดุ้งด้วยความตกใจกลัว
“คือ...นายหญิงหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเจ้าค่ะ
ระหว่างที่ดิฉันมารอคุณหมออยู่ด้านล่างพอขึ้นไปอีกทีนายหญิง ก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว”
“หมอ?...ทำไมต้องรอหมอด้วย หรือว่าแฮร์รี่เป็นอะไร? นาร์เดียเกิดอะไรขึ้นกับลูกเมียฉัน”
ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นทันที เมื่อได้รับรู้เรื่องราวจากปากของแม่บ้านประจำตระกูล
“เอ่อ...คือ...นะ..นายหญิงเกิดเจ็บท้องขึ้นมาอย่างกะทันหันเจ้าค่ะ
พวกดิฉันเลยช่วยกันประคองขึ้นไปนอนพักข้างบนหลังจากนั้น
ดิฉันกับสาวใช้ก็ลงไปรอคุณหมอด้านล่าง
เพราะนายหญิงขอร้อง เธอบอกว่าอยากพักผ่อนตามลำพัง”
“ทำไมแฮร์รี่ถึงเจ็บท้องขึ้นมาได้ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไม
ไม่รีบรายงานฉัน ห๊า!! มัวทำอะไรกันอยู่” สายตาโกรธเกรี้ยวจ้องมองข้ารับใช้ทุกคน
ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมามองสบตานายท่านของตนสักคนเดียว
“กระผมไปหานายท่านแล้วขอรับตั้งแต่รู้ว่านายหญิงเริ่มเจ็บท้อง
กระผมและผู้ติดตามได้ออกตามหาตัวนายท่านอยู่ทั้งคืน แต่ก็ไม่พบ” ร่างสูงหันมองไปตามเสียง
พ่อบ้านคนสนิทเพิ่งกลับมาจากการออกไปตามหาตัวนายหญิงของตระกูล
“นายท่านหายไปไหนมาเจ้าคะ ทำไมถึงปล่อยให้นายหญิงอยู่ตามลำพัง
ทั้งๆ ที่นายท่านก็รู้ว่าตอนนี้นายหญิงอ่อนแอแค่ไหน”
นางกล่าวทั้งน้ำตาเมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อวานผุดขึ้นมาในความทรงจำ
“นายหญิงต้องสะเทือนใจและผิดหวังมากแค่ไหนกับการกระทำของคนที่เธอรัก
ข่าวนั่นมันทำร้ายหัวใจของนายหญิงมากนะเจ้าคะ...”
“ว่ายังไงนะ...นาร์เดีย ข่าวที่ว่ามันคืออะไร? มาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ยังไง?”
ตาคมจ้องมองไปที่แม่บ้านประจำตระกูล คาดคั้นเอาคำตอบจากนาง
“ไปหยิบเดลี่พรอเฟ็ตในห้องนั่งเล่นมาให้ฉันซิ” หันไปสั่งกับสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ ตน
“นี่มันอะไรกัน! นาร์เดีย” ร่างสูงถามหญิงวัยกลางคนอย่างไม่เข้าใจ
ซึ่งแม่บ้านประจำตระกูลยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมอธิบายอะไรทั้งสิ้น
“นี่ค่ะ...คุณนาร์เดีย” สาวใช้เอ่ยขัดขึ้น พร้อมกับยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งส่งให้คุณแม่บ้าน
“นายท่านลองอ่านข่าวพาดหัววันนี้สิเจ้าคะ แล้วนายท่านจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด”
มือเรียวยื่นหนังสือพิมพ์ตัวต้นเหตุให้กับผู้เป็นนาย
เดรโกกระชากเดลี่พรอเฟ็ตมาอ่านโดยเร็ว กวาดสายตาอ่านข่าวพาดหัวก่อนจะ
พลิกเข้าไปอ่านเนื้อในของข่าวนั้น มือแกร่งจับขยุ้มหนังสือพิมพ์
ความโกรธพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายสั่นไหวไปตามแรงโทสะที่ยากจะระงับ
“อลัน!...ไปสั่งให้คนของเราทั้งหมดออกตามหาตัวแฮร์รี่ หาให้เจอ!
ไม่ว่าจะที่ไหนหรือบ้านหลังใดก็ต้องหาให้เจอ เสร็จแล้วตามฉันไปที่ห้องทำงาน!
...เห็นทีฉันคงต้องไปเยี่ยมเยียนเดลี่พรอเฟ็ตเสียหน่อยแล้ว”
สั่งความกับคุณพ่อบ้านด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องทำงาน
พร้อมกับผู้ติดตามสองคน
“นายท่านขอรับ” หนึ่งในผู้ติดตามเอ่ยถามผู้เป็นนายหลังจากเข้ามา
ยืนอยู่ในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว
“ไปสืบประวัติและตามหาตัวผู้หญิงแพศยา อะมีเลีย พาร์เวล
เจอตัวเมื่อไหร่รีบมารายงานฉัน
แล้วอย่าลืมว่าเรื่องนี้ต้องไม่มีใครรู้ ทำให้มันเงียบที่สุด เข้าใจไหม?
ไปได้แล้ว”
“ครับ...นายท่าน” บุรุษทั้งสองโค้งคำนับก่อนจะเดินออกไป
ทิ้งให้ร่างสูงอยู่ในห้องทำงานตามลำพัง
คุณชายมัลฟอยทิ้งตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง
หนังสือพิมพ์ฉบับเดิมร่วงหล่น
จากมือแกร่ง สองมือกุมขมับด้วยไม่รู้ว่าป่านนี้แฮร์รี่และ
ลูกในท้องจะเป็นอย่างไรบ้าง
ทุกสิ่งทุกอย่างทำไมมันถึงได้
เลวร้ายขนาดนี้ เพียงแค่ชั่วเวลาข้ามคืนเรื่องราวต่างๆ
มันเกิดขึ้นได้มากมายเพียงนี้เชียวหรือ
บานประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา
ใบหน้าคมเงยขึ้นจากฝ่ามือ
“อลันไปกับฉัน! ไม่ต้องเตรียมรถเราจะหายตัวไป”
ปรับสีหน้าให้นิ่งเฉย เก็บซ่อนความอ่อนแอไว้อย่างมิดชิด
เอื้อมมือไปหยิบกระดาษปึกหนาที่ไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิมของมัน
“ขอรับ...นายท่าน” รับคำผู้เป็นนาย ก่อนที่ร่างทั้งสองจะหายไป
************************************
อาคารเก่าแก่ที่เป็นที่ตั้งของสำนักพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ต
หนังสือพิมพ์ฉบับโลกเวทมนตร์
ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ด้วยข่าวสารที่ตรงกับความเป็นจริงพร้อมด้วยเนื้อหาและการนำเสนอ
ที่กระชับได้ใจความ ทำให้ยอดผู้อ่านพุ่งขึ้นสูงในทุกๆ ปี
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างตื่นตกใจเมื่อร่างสง่างามของ
เดรโก มัลฟอย ปรากฏตัวตรงหน้าอาคารเก่าแก่สีน้ำตาลไหม้
ถึงจะอยากรู้มากขนาดไหนว่าเหตุใดชายหนุ่มรูปงาม
เป็นที่น่าหลงใหลแก่ผู้พบเห็นถึงมายืนอยู่เบื้องหน้าของตนได้
แต่ก็ยังไม่มีใครใจกล้าพอที่จะเดินเข้าไปถามเพราะ
ท่าทางของร่างสูงและบรรยากาศโดยรอบมันชวน
ให้รู้สึกอึดอัดอย่างไรชอบกล
“จะเข้าไปเลยไหมขอรับ...นายท่าน” พ่อบ้านคนสนิทเอ่ยถาม
คุณชายมัลฟอยเดินนำเข้าไปภายในตัวอาคาร
โดยไม่สนใจต่อสายตาอยากรู้อยากเห็นของ
คนรอบตัวนับร้อยคู่ จิตใจมุ่งมั่นอยู่ที่ชั้นบนสุด
ของอาคารหลังนี้ มือข้างหนึ่งกำบางอย่างเอาไว้แน่น
ราวกับจะบดขยี้ให้แหลกคามือ รังสีแห่งความน่ากลัว
ปกคลุมไปทั่วบริเวณที่ร่างสูงเดินผ่าน
เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพากันหลบตาไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
มามองผู้มาเยือน ถึงแม้ว่าร่างสูงสง่าจะไม่สนใจ
สิ่งรอบข้างเลยก็ตาม ประตูไม้เนื้อดีปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ถึงแม้มันจะมีป้ายบอกอย่างชัดเจนว่า ‘
ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต’ แต่มีหรือที่คนอย่าง
เดรโก มัลฟอย จะสนใจ
‘ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต’ แต่มีหรือที่คนอย่าง
เดรโก มัลฟอย จะสนใจ
แต่มีหรือที่คนอย่าง เดรโก มัลฟอย จะสนใจ‘ปัง!!...’ ประตูบานหนากระแทกเข้ากับฝาผนังอย่างแรงจนเจ้าของห้องสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจชายร่างอ้วนเงยหน้าอ้าปากหมายจะสบถคำหยาบคายต่อว่าแต่ปากอวบอูมนั่นต้องปิดลงอย่างรวดเร็วตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวเมื่อเห็นชัดเต็มสองตาว่าร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้นคือใคร“คะ...คุณ...คุณมัลฟอย” เสียงพูดน่าระคายหูเงียบหายสมองกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ในครั้งนี้ได้อย่างไรผมรับใช้หรือครับถึงได้ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนสำนักพิมพ์ของเราถึงที่นี่”กล่าวตะกุกตะกักพร้อมกับหลบสายตาคมของร่างสูง“ฉันต้องการฟังคำอธิบาย? ...ใครเป็นคนลงภาพและข่าวเฮงซวยนั่น!”คุณชายมัลฟอยเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่ท้ายประโยคกลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว“ขะ...ข่าวอะไรครับ ผมไม่ทราบ”“ก็ไอ้ข่าวบ้านี่ยังไงเล่า!!” กระดาษปึกหน้าที่แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นอะไรถูกโยนลงพื้นอย่างแรงชายร่างอ้วนหยิบมันขึ้นมาด้วยความยากลำบากก็ในเมื่อตอนนี้มือของเขามันสั่นจนไม่รู้จะสั่นยังไงแล้วตาเรียวเล็กอ่านข้อความและเนื้อหาข้างในโดยเร็วพร้อมกับใบหน้ากลมนั้นเสแสร้งทำหน้าตกใจราวกับว่าตัวเองไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน“เอ่อ...คุณมัลฟอยผมไม่ทราบจริงๆ นะครับว่าข่าวที่ไม่เป็นความจริงแบบนี้มันหลุดออกไปได้ยังไง”ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ทั้งๆ ที่อากาศในห้องก็ไม่ได้ร้อนเลยสักนิดร่างสูงหรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ‘ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มันบังอาจมาลองดีกับมัลฟอย’‘ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มันบังอาจมาลองดีกับมัลฟอย’“ไม่รู้งั้นเหรอ...เป็นถึงเจ้าของสำนักพิมพ์
‘ปัง!!...’ ประตูบานหนากระแทกเข้ากับฝา
ผนังอย่างแรงจนเจ้าของห้องสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ
ชายร่างอ้วนเงยหน้าอ้าปากหมายจะสบถคำหยาบคายต่อว่า
แต่ปากอวบอูมนั่นต้องปิดลงอย่างรวดเร็ว
ตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อน
จะแปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวเมื่อเห็นชัดเต็ม
สองตาว่าร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้นคือใคร
“คะ...คุณ...คุณมัลฟอย”
เสียงพูดน่าระคายหูเงียบหาย สมองกำลังใช้ความคิดอย่างหนักว่า
จะหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ในครั้งนี้ได้อย่างไร
ผมรับใช้หรือครับถึงได้ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนสำนักพิมพ์ของเราถึงที่นี่”
กล่าวตะกุกตะกักพร้อมกับหลบสายตาคมของร่างสูง
“ฉันต้องการฟังคำอธิบาย? ...ใครเป็นคนลงภาพและข่าวเฮงซวยนั่น!”
คุณชายมัลฟอยเอ่ยถามเสียงเรียบ
แต่ท้ายประโยคกลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว
“ขะ...ข่าวอะไรครับ ผมไม่ทราบ”
“ก็ไอ้ข่าวบ้านี่ยังไงเล่า!!”
กระดาษปึกหน้าที่แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นอะไรถูกโยนลงพื้นอย่างแรง
ชายร่างอ้วนหยิบมันขึ้นมาด้วยความยากลำบาก
ก็ในเมื่อตอนนี้มือของเขามันสั่นจนไม่รู้จะสั่นยังไงแล้ว
ตาเรียวเล็กอ่านข้อความและเนื้อหาข้างในโดยเร็ว
พร้อมกับใบหน้ากลมนั้นเสแสร้งทำหน้าตกใจราว
กับว่าตัวเองไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
“เอ่อ...คุณมัลฟอยผมไม่ทราบจริงๆ
นะครับว่าข่าวที่ไม่เป็นความจริงแบบนี้มันหลุดออกไปได้ยังไง”
ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ทั้งๆ
ที่อากาศในห้องก็ไม่ได้ร้อนเลยสักนิด
ร่างสูงหรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ
‘ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มันบังอาจมาลองดีกับมัลฟอย’
‘ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มันบังอาจมาลองดีกับมัลฟอย’
“ไม่รู้งั้นเหรอ...เป็นถึงเจ้าของสำนักพิมพ์
แต่กลับบอกไม่รู้...รู้สึกว่าการทำงานของที่นี่
มันคงจะเสื่อมประสิทธิภาพหมดแล้วล่ะมั้ง
หึหึ...ท่าทางเดลี่พรอเฟ็ตคงต้องปิดตัวลงได้แล้ว
คุณคิดอย่างนั้นมั้ย คุณโลแกน” คำพูดและ
แววตาที่สื่อออกมานั้นทำให้คนฟังถึงกับหน้าเปลี่ยนสี“คะ...คุณมัลฟอย”“ถ้ายังไม่อยากถูกสั่งปิดก็ไปจัดการรวบรวมหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่ลงข่าวหลอกลวงพรรค์นี้มาให้หมด! ภายในวันนี้!!”“ตะ...แต่ว่าผมจะไปทำแบบนั้นได้ยังไงกันในเมื่อหนังสือพิมพ์มันถูกวางจำหน่ายไปหมดแล้วถ้ายังไงผมขอเป็นการแก้ข่าวให้ได้ไหมครับผมจะลงให้พรุ่งนี้เลย” ข้อเสนอที่ร่างสูงหยิบยื่นให้มันไม่มีทางจะทำกันได้ง่ายๆ เลยชายร่างอ้วนจึงต้องพยายามหาทางประนีประนอมอย่างที่สุด“ถ้าอย่างนั้นก็ได้! แต่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปมัลฟอยจะถอนสปอนเซอร์ทั้งหมดออกจากเดลี่พรอเฟ็ตทันทีตกลงมั้ยคุณโลแกน?”เดรโกยื่นคำขาด โดยที่นายโ
Tags: You Are My Little Cat Part 4






