You Are My Little Cat PART3
Part 3
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีเข้ม ร่างเล็กบนเตียงใหญ่ยังคงนอนหลับสนิท ร่องรอยแห่งความเสียใจยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่บนใบหน้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจเมื่อสัมผัสได้ถึงลิ้นสากชื้นบนผิวแก้ม ดวงตากลมโตลืมขึ้นมองตัวการตรงหน้า แมวสาวขนฟูบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะซุกตัวเข้าหาอกอุ่นของผู้เป็นนาย มือเรียวลูบไล้ไปตามขนนิ่มฟู ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งเหลียวหาร่างสูงสง่าของคนรักภายในห้องนอนใหญ่ ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยันกายลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าไปยังห้องน้ำกว้าง เพียงแค่ชั่วครู่ร่างบางก็เดินออกมาด้วยใบหน้าที่ดูสดใสขึ้นเล็กน้อย
"ทินเซล...ลงไปข้างล่างกันเถอะ" หันไปร้องเรียกเจ้าตัวดีให้ลงไปด้วยกัน
"นายหญิงเจ้าคะ ดิฉันต้องขอประทานโทษที่ปล่อยให้ทินเซลขึ้นไปรบกวนการพักผ่อนตั้งแต่เช้า"
"ไม่เป็นไรหรอกฮะ เอ่อ...คุณนาร์เดียฮะ เดร...โก...ยังไม่กลับมาใช่มั้ย" ประโยคหลังถามเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานสลดลงเมื่อคุณแม่บ้านพยักหน้ารับ
"นายท่านคงปลีกตัวจากคุณแอนเดอร์สันไม่ได้จริงๆ นายหญิงไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ ยังไงนายท่านต้องกลับมาหานายหญิงกับนายน้อยแน่ๆ ...อิ่มแล้วเหรอเจ้าคะ" นางรีบถามเมื่อเห็นว่าร่างบางวางช้อนลงและไม่มีทีท่าว่าจะแตะต้องอาหารเหล่านั้นอีกเลย
"ฮะ...ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ มาเถอะทินเซลเราไปเดินเล่นกันดีกว่า ไม่ต้องให้ใครตามนะฮะ คุณนาร์เดีย"
"แต่ว่า..."
"ผมอยากอยู่ตามลำพังกับทินเซล" แฮร์รี่รีบกล่าวตัดบทกับแม่บ้านประจำตระกูล เขาไม่ต้องการให้ใครมาคอยดูแลในเวลานี้ เวลาที่เขารู้สึกหดหู่ใจจนไม่อยากจะทำอะไรหรือพูดคุยกับใครทั้งสิ้น
อากาศบริสุทธิ์ยามเช้าทำให้แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างบางเดินเล่นอยู่ภายในคฤหาสน์เรื่อยมาถึงห้องนั่งเล่นใหญ่ เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ สองเท้าพาตัวเองเข้าไปในห้องนั้นโดยไม่ต้องคิด แจกันราคาแพงที่เคยตั้งประดับอยู่กลางห้องหายไปอย่างไร้ร่องลอย
"คงจะไปลงกับข้าวของล่ะซิ" เสียงหวานเศร้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลันสายตาเหลือบไปเห็นหนังสือตัวหนาพาดหัวหนังสือพิมพ์ 'เดลี่พรอเฟ็ต' เด่นชัด กวาดสายตาสนใจกับรายงานข่าวนั่นทันที
'ค่ำคืนอันแสนหวานของเขาและเธอ เดรโก มัลฟอย และ อะมีเลีย พาร์เวล'
มือบางจับพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ก่อนจะกวาดสายตาอ่านรายละเอียดของข่าวอย่างรวดเร็ว
'การนัดพบกันระหว่าง Prince Of Ice แห่งโลกเวทมนตร์ และ อะมีเลีย พาร์เวล แม่มดสาวสายเลือดบริสุทธิ์ เดรโก มัลฟอย ชายหนุ่มที่ทุกคนหลงใหลและเป็นที่หมายปองของแม่มดสาวทั่วทั้งโลกเวทมนตร์ มีรายงานมาว่าคุณชายมัลฟอยได้นัดพบกับ อะมีเลีย พาร์เวล ในคลับชื่อดังภายในโรงแรมหรู มีคนเห็นทั้งสองหายตัวไปจากงานเลี้ยงอย่างไร้ร่องรอย หลังจากที่ทางเราได้สอบถามกับพนักงานโรงแรม แต่กลับได้รับคำตอบที่ทำให้เราคาดไม่ถึงพนักงานคนเดิมได้บอกกับเราว่า คุณชายมัลฟอยได้สั่งเปิดห้องเพนเฮ้าส์บนโรงแรมหรูซึ่งมีราคาค่าพักต่อคืนแพงลิบลิ่วเลยทีเดียว จากคำบอกเล่าในครั้งนี้ทำให้เกิดข้อกังขาในหมู่วงการนักธุรกิจในโลกเวทมนตร์เป็นอย่างมาก หรือว่าผู้นำตระกูลมัลฟอยคนใหม่จะหันกลับมายึดหลักปฏิบัติต่อจากผู้นำตระกูลรุ่นก่อน หลักของการยึดมั่นถือมั่นในการรักษาสายเลือดบริสุทธิ์ของตนเองต่อไป'
ดวงตาสีเขียวใสหม่นแสงลง สายตายังคงจับจ้องไปที่ภาพของคนรักและหญิงสาวแปลกหน้า ถึงจะเป็นจุดอับแสงแต่จากโครงหน้าของคนในภาพก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเธอเป็นคนที่สวยมาก ใบหน้าที่ดูเย้ายวนชวนให้คนที่เผลอจ้องมองต้อหลงใหลไปกับเสน่ห์ของเธอ ไม่แปลกเลยที่เดรโกจะต้องการผู้หญิงคนนี้มายืนเคียงข้างในฐานะนายหญิงของตระกูลแทนตน
สายตาเริ่มพร่ามัวด้วยหยาดน้ำใสๆ บดบังความงดงามของนัยน์ตาคู่สวย มือเรียวจับขยุ้มหนังสือพิมพ์แน่นจนแทบจะฉีกให้ขาดคามือ ในที่สุดเดรโกก็เลือกแล้ว เลือกที่จะกลับไปดำรงสายเลือดของตน เลือดบริสุทธิ์ที่สูงส่ง สำหรับคนที่มีเลือดผสมอย่างเขาคงไม่เป็นที่ต้องการของเดรโกอีกต่อไป ร่างทั้งร่างสั่นไหวอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดถูกกลั่นเป็นน้ำตาเม็ดใสไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก หัวใจอันบอบช้ำไม่สามารถทนรับเรื่องเหล่านี้ได้อีกแล้ว หากต้องอยู่รอฟังคำพูดเลิกลาจากร่างสูงตัวเขาขอเดินจากไปเองเสียดีกว่า
"อ๊ะ...โอ๊ย!" ร่างบางสะท้านเฮือกเมื่อความเจ็บที่ช่วงท้องหนักหน่วงขึ้นกว่าครั้งก่อน มือบางกอบกุมท้องนูนของตนไว้แน่นด้วยกลัวว่าทารกน้อยในครรภ์จะเป็นอะไรไป มืออีกข้างจับยึดขอบโต๊ะตัวใหญ่ประคองตัวไว้ไม่ให้ล้ม ความเจ็บถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ปราณีจนร่างเล็กต้องทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างรวดเร็ว
"อึก...อะ...โอ๊ยย!!...เจ็บ!" หยาดเหงื่อผุดขึ้นทั่วหน้าผากมน เสียงครางด้วยความเจ็บปวดหลุดรอดออกมาไม่ขาดสาย
"แง้ว!..." เจ้าแมวขนฟูร้องเรียกนายตนอยากตกใจเมื่ออยู่ดีๆ ร่างบอบบางของผู้เป็นนายกลับทรุดลงไปต่อหน้าของมัน
"แง๊ว! แง๊ว! แง๊ว!" เสียงร้องของทินเซลดังก้องไปทั่วบริเวณ จนแม่บ้านประจำตระกูลนึกแปลกใจรีบเดินตามหาต้อตอของเสียงนั้นทันที นางหยุดลงตรงหน้าประตูห้องนั่งเล่นบานใหญ่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเสียงของทินเซลดังรอดออกมาจากภายในห้องนี้
"นายหญิง!!...นายหญิงเจ้าคะ! ใครอยู่แถวนี้บ้างรีบเข้ามาช่วยนายหญิงที" นาร์เดียร้องตะโกนเสียงดังอย่างตกใจ มือเรียวซับหยาดเหงื่อบนหน้าผากบางอย่างร้อนรน
"คะ...คุณนาร์...โอ๊ยย!...ฮึก!...ปวด...!"แววตาตื่นตระหนกเมื่อเห็นนายหญิงของตนนอนร้องครางด้วยความเจ็บปวด เกาะกุมช่วงท้องนูนแน่น
"ว๊าย!...คุณนาร์เดีย นายหญิง...นายหญิงเป็นอะไรไปเจ้าคะ"
"ไปตามคุณหมอมาเร็ว ส่วนเธอไปบอกอลันให้ไปรายงานนายท่านว่านายหญิงกำลังเจ็บท้องอย่างหนัก เร็วเข้าซิ! จะมัวยืนตะลึงอะไรกันอยู่!?"
"ส่วนเธอช่วยฉันประคองนายหญิงขึ้นไปบนห้อง แล้วไปรอรับคุณหมอหน้าคฤหาสน์ เอาเร็วสิ! อยากให้นายหญิงกับนายน้อยเป็นอะไรไปหรืออย่างไร" สองคนช่วยกันประคองร่างอันอ่อนแรงของแฮร์รี่ขึ้นไปยังชั้นบน ถึงแม้ความเจ็บจะบรรเทาลงแล้ว แต่ใบหน้าเนียนยังคงดูซีดเซียวจนน่าใจหาย
"นายหญิงเจ้าคะ...นายหญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"มะ...ไม่...ผมไม่เป็นไรแล้วฮะ คุณนาร์เดีย มันก็แค่เจ็บมากกว่าทุกครั้งก็เท่านั้น"
"ทำไมนายหญิงถึงดูทรมานมากขนาดนี้ล่ะเจ้าคะ หรือว่านายน้อยจะดิ้นแรงไป"
"ฮะ...เจ้าตัวเล็กคงดิ้นแรงไป เอ่อ...คุณนาร์เดียฮะผมอยากนอนพัก ขอผมอยู่คนเดียวได้มั้ย" ร่างบางเอ่ยขอร้อง แววตาเว้าวอนอย่างน่าสงสารจนคุณแม่บ้านไม่อยากขัดใจ
"ก็ได้เจ้าค่ะ แต่ถ้าคุณหมอมาถึงแล้วนายหญิงต้องให้คุณหมอตรวจดูอาการอย่างละเอียดนะเจ้าคะ"
"ฮะ...คุณนาร์เดีย" ปลายเสียงรับคำอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตปิดลง ลมหายใจเริ่มเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็นการสื่อให้รู้ว่าร่างบางได้หลับลึกเข้าสู่นิทราเสียแล้ว
************************************
"คุณนาร์เดียคะ นะ...นายหญิงเป็นอย่างไรบ้าง" หนึ่งในสาวใช้เอ่ยถามเสียงสั่นในระหว่างที่รอหมอประจำตระกูล
"ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เธอกำลังนอนพัก ถ้าคุณหมอมาถึงก็เชิญขึ้นไปตรวจอาการนายหญิงได้เลย" สั่งความกับสาวใช้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ร่างเพรียวบางรีบเดินออกไปจากบริเวณนั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้นายหญิงถึงกับต้องเสียน้ำตาและสะเทือนใจมากขนาดนั้น บางทีหากย้อนกลับไปดูที่ห้องนั่งเล่น นางอาจจะได้รู้คำตอบอย่างที่ต้องการ
หนังสือพิมพ์ฉบับเดิมยังคงกางแผ่อยู่บนพรมผืนหนา มือเรียวหยิบยกสิ่งนั้นขึ้นมาพิจารณาอยู่ชั่วครู่ ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับเนื้อความในข่าว
"คุณนาร์เดียคะ คุณหมอมาถึงแล้วค่ะ" นางพยักหน้าตอบรับ เดลี่พรอเฟ็ตถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อยและยังคงวางอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ต่อไป
'ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!' เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยบานประตูเปิดกว้าง นาร์เดียเดินนำนายแพทย์ประจำตระกูลไปยังเตียงสี่เสากลางห้อง
"นายหญิงเจ้าคะ คุณหมอมาแล้วเจ้าค่ะ" พลางส่งเสียงเรียกนายหญิงของตนให้รู้สึกตัว ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ บนเตียงสี่เสาว่างเปล่าไร้ร่องรอยของเจ้าของห้อง 'นายหญิงของนางหายไป'
ความโกลาหลเกิดขึ้นภายในคฤหาสน์มัลฟอยเมื่อนายหญิงของตระกูลหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งๆ ที่ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังคงถูกจัดวางไว้ตำแหน่งเดิม บริวารทั้งหลายถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพื่อช่วยกันตามหาตัวนายหญิง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แม่บ้านนาร์เดียร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง ในใจร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงในตัวนายหญิงและนายน้อย เมื่อเห็นผู้เป็นสามีกลับเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก็ยิ่งทำให้นางใจไม่ดี
"อลัน! ...นายท่านล่ะ บอกนายท่านหรือยัง" นางเอ่ยถามผู้เป็นสามีด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ยัง...ฉันหานายท่านไม่เจอ"
"แย่แล้ว! เราจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้ อลัน...นายหญิงหายไป"
"อะไรนะ! นายหญิงหายไป หายไปได้ยังไงกัน" คุณพ่อบ้านร้องขึ้นด้วยความตกใจ หากนายท่านรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีหวังได้ตายกันทั้งหมดแน่
"มะ...ไม่รู้...ฉันไม่รู้...ฉันให้คนตามหาจนทั่วคฤหาสน์แล้วแต่ก็ยังไม่พบ โธ่! นายหญิงร่างกายยิ่งอ่อนแออยู่ด้วย ไม่น่าด่วนตัดสินใจหนีไปแบบนี้เลย" น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือจนคนรอบข้างเริ่มรู้สึกได้
"ทำไม?...ทำไมถึงไม่รอถามนายท่านก่อนนะ จะเป็นแม่คนอยู่แล้วทำไมถึงยังคิดยังตัดสินใจอะไรเหมือนเด็กๆ แบบนี้ นายท่านก็เหมือนกัน ไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของนายหญิงบ้างเลย" หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอย่างอดกลั้น
"ฉันจะไปตามหานายท่าน จะไปบอกนายท่านให้รับรู้ว่านายหญิงหายตัวไป อย่ากังวลไปเลยนาร์เดีย นายท่านไม่ปล่อยให้คนที่ตัวเองรักเป็นอะไรไปหรอก" มือใหญ่โอบกระชับไหล่เล็กของภรรยาอย่างปลอบโยน ก่อนจะรีบร้อนออกไปตามหายนายของตน
************************************
ห้องเพนเฮ้าส์บนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรู ร่างสูงสง่ายังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซส์ดีไซน์ทันสมัย แผ่นอกแข็งแรงเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์คลุมกาย มีเพียงผ้าห่มสีขาวสะอาดคลุมทับตั้งแต่ช่วงเอวลงมา แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ใบหน้าของหญิงสาวผมยาวเป็นลอนสลวยอิงแอบแนบชิดอยู่บนอกกว้าง ขนตางอนยาวเริ่มกระพริบถี่เปลือกตาบางลืมขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวใส รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของหล่อน เมื่อมองเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับสนิท หญิงสาวยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาหยุดยืนมองร่างกายสมส่วนของชายตรงหน้าก่อนจะหมุนกายเดินหาย
เข้าไปในห้องน้ำ
ห้องเพนเฮ้าส์บนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรู ร่างสูงสง่ายังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซส์ดีไซน์ทันสมัย แผ่นอกแข็งแรงเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์คลุมกาย มีเพียงผ้าห่มสีขาวสะอาดคลุมทับตั้งแต่ช่วงเอวลงมา แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ใบหน้าของหญิงสาวผมยาวเป็นลอนสลวยอิงแอบแนบชิดอยู่บนอกกว้าง ขนตางอนยาวเริ่มกระพริบถี่เปลือกตาบางลืมขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวใส รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของหล่อน เมื่อมองเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับสนิท หญิงสาวยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาหยุดยืนมองร่างกายสมส่วนของชายตรงหน้าก่อนจะหมุนกายเดินหาย
เข้าไปในห้องน้ำ
เสียงสายน้ำไหลทำให้เดรโกเริ่มรู้สึกตัว ดวงตาสีเทากวาดมองไปรอบๆ ตัวอย่างแปลกใจกับห้องที่ไม่คุ้นเคย ร่างสูงรีบลุกขึ้นนั่งในทันทีที่เห็นว่านี่ไม่ใช่ห้องของตน สภาพเตียงที่ยับย่นทำให้คุณชายมัลฟอยนึกเอะใจ มือแกร่งเอื้อมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็ว ประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับกระดุมเม็ดสุดท้ายติดเสร็จพอดี สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวตรงหน้าด้วยความงุนงง
"คุณพาร์เวล ทำไมคุณกับผมถึงมาอยู่ที่นี่" ถึงจะนึกสงสัยและประหลาดใจเพียงใด แต่เดรโกยังคงปรับน้ำเสียงได้เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"อ๊ะ...'อะมีเลีย' ค่ะ เดรโก เรียกฉันว่า 'อะมีเลีย'..." ร่างเพรียวระหงเคลื่อนกายเข้ามาแนบชิด นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากของร่างสูง
"ผมจำได้ว่าเราไม่เคยสนิทกันถึงขั้นอนุญาตให้คุณเรียกชื่อผมนะ คุณพาร์เวล"
"อย่าพูดแบบนั้นซิคะ คุณลืมเรื่องระหว่างเราเมื่อคืนนี้ไปแล้วหรือ" สองแขนโอบรอบคอร่างสูง จ้องมองอีกฝ่ายอย่างยั่วยวนก่อนจะซบหน้าลงบนอกกว้างเบียดกายให้แนบชิดยิ่งขึ้น
"อย่ามาทำเป็นเสแสร้งไปหน่อยเลยคุณพาร์เวล คุณย่อมจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเราสองคนไม่เคยมีอะไรกัน และเหตุการณ์อย่างนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นเป็นอันขาด" มือแกร่งแกะแขนเรียวออกจากรอบคอดันร่างระหงให้ห่างจากตัวเอง ดวงตาสีเทาจ้องมองอย่างชิงชัง
"อะไรกันคะ เดรโก คุณลืมช่วงเวลาแห่งความสุขของเราไปแล้วหรือยังไง เมื่อคืนเราเร่าร้อนกันขนาดไหน อยากให้ฉันช่วยเตือนความทรงจำหน่อยมั้ยคะ...ที่รัก" หญิงสาวยังคงเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ สองมือรั้งใบหน้าคมหมายจะประทับกลีบปากแดงสดลงบนริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่ม
"เอาตัวสกปรกของเธอออกไปให้พ้นจากฉันเดี๋ยวนี้ คุณพาร์เวล ระหว่างเรามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นและฉันก็ไม่เคยคิดจะให้มันเกิดขึ้นด้วย"
"เดรโก...ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะคะ...ที่รัก" ช้อนสายตาขึ้นสบตาร่างสูง น้ำเสียงมีแววออดอ้อนอยู่ในที
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! คุณพาร์เวล ชื่อของฉันไม่ใช่จะให้ใครมาเรียกกันได้ง่ายๆ และฉันก็ไม่ใช่ที่รักของผู้หญิงเหลี่ยมจัดอย่างเธอ"
"คุณพูดแบบนี้ได้อย่างไร? เดรโก มัลฟอย ฉันเป็นของคุณแล้ว! คุณจะมาปัดความรับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้นะ!" เสียงหวานแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว ปลายเล็บจิกเกร็งลงบนฝ่ามือ หาว่าฉันเหลี่ยมจัดเหรอ ดี! เราจะได้รู้กัน
"เธอคงจะลืมไปแล้วว่าฉันมีภรรยาอยู่แล้ว และกำลังจะมีลูกในไม่ช้า ลืมซะเถอะวิธีการของเธอน่ะมันใช้กับมัลฟอยไม่ได้ผลหรอก"
"ดี! ถ้าอย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเมียคุณ!! แล้วคอยดูซิว่าเมียคุณจะรับเรื่องนี้ได้มั้ย เห็นว่ากำลังท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้มันน่าทำให้คลอดก่อนกำหนดนัก" ประกายตาแห่งความมุ่งมั่นฉายชัด ถ้าฉันไม่ได้ใครก็อย่าหวังจะได้ไปเลย
"อะมีเลีย พาร์เวล!!" เสียงทุ้มตวาดลั่น ร่างสูงสง่าเข้าประชิดตัวหญิงสาว และก่อนที่เธอจะรู้ตัว ฝ่ามือแกร่งก็คว้าลำคอระหงและบีบเอาไว้แน่น "ถ้าหากเธอคิดจะทำลายครอบครัวฉัน ทำร้ายภรรยาและลูกของฉัน ตัวเธอและครอบครัวของเธอจะต้องตอบแทนฉันอย่างสาสม ถ้าเธอยังไม่ยอมล้มเลิกความคิดนั้นซะเดี๋ยวนี้ ฉันรับรองได้เลยว่าพ่อแม่และญาติพี่น้องของเธอทั้งหมดจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทีละคน" สายตาเย็นชาและชิงชังถูกถ่ายทอดอกมาทางแววตาเทาหม่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว จนทำให้คนถูกมองต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
"ถึงเธอคิดจะหนี คนของฉันก็จะตามจนพบ หวังว่าสิ่งที่ฉันบอกเธอในวันนี้มันคงจะชัดเจนพอนะ คุณพาร์เวล" หญิงสาวดิ้นรนอย่างหมดทางสู้ แรงบีบรอบลำคอมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนที่จะทนไม่ไหว ร่างสูงก็ปล่อยมืออกพร้อมผลักร่างเพรียวบางออกห่าง
ความเย็นเยียบปกคลุมไปทั่วห้อง ใบหน้างดงามซีดเผือดด้วยความตกใจ ริมฝีปากได้รูปเปิดออกเพื่อรับอากาศเข้าไปให้ได้มากที่สุด ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดหวั่น ความงดงามราวเทพบุตรของคนตรงหน้ากลับกลายเป็นซาตานได้ในทันทีเมื่อมีใครบังอาจมาทำลายครอบครัวและทำร้ายคนที่ตนรัก นี่เองคือความน่ากลัวของ 'เดรโก มัลฟอย'
"กะ...แก!" ความคับแค้นและความหวาดกลัวฝังแน่นอยู่ในอก น้ำเสียงรวมทั้งท่าทางเมื่อครู่ก็ทำให้หล่อนรู้แล้วว่าคนตรงหน้าเป็นอย่างไร ชายหนุ่มที่หล่อนเฝ้าใฝ่ฝันจะได้มาไว้ในครอบครองไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม จริงๆ แล้วภาพที่หล่อนเห็นเป็นเพียงแค่ภาพลวง ใครว่า 'เดรโก มัลฟอย' คือเทพบุตร สำหรับหล่อนแล้วในตอนนี้ ร่างสูงสง่าที่อยู่เบื้องหน้าเปรียบเหมือนซาตานในคราบของเทพบุตรเสียมากกว่า จากการประเมินสถานการณ์และคิดไตร่ตรองให้รอบคอบแล้ว คนที่ยังคิดจะทำลายครอบครัวของเดรโก มัลฟอย คงเป็นคนที่โง่มากเท่าที่หล่อนเคยรู้จักมา แต่ถ้าหากยอมถอย ยอมเลิกล้มความคิด บางทีอาจจะได้รับค่าตอบแทนกลับมาบ้างก็เป็นได้
"ก็ได้!...ฉันไม่นำเรื่องนี้ไปบอกภรรยาของคุณก็ได้ แต่ฉันคิดว่ายังไงซะ ฉันก็สมควรจะได้ค่าตอบแทนในสิ่งที่ต้องเสียไป ตกลงไหม...คุณมัลฟอย"
"ค่าตอบแทนงั้นรึ! ก็ได้ถึงฉันจะมั่นใจว่าเธอไม่ได้เสียอะไรไปเลยก็เถอะ ฉันจะให้คนของฉันจัดการเรื่องนี้ให้ และหวังว่าต่อไปนี้เราคงไม่ต้องพบกันกันอีกนะ คุณพาร์เวล" เมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย ร่างสูงรีบออกจากโรงแรมมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ทันที
"หึ...เดรโก มัลฟอย ขอให้คุณโชคดี ป่านนี้ที่บ้านคงปั่นป่วนกันไปหมดแล้ว" รอยยิ้มแห่งความสะใจปรากฏบนใบหน้างดงามซึ่งแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจ มือเรียวรีบเก็บข้าของโดยเร็ว ต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่ร่างสูงจะรู้ความจริง
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีเข้ม ร่างเล็กบนเตียงใหญ่ยังคงนอนหลับสนิท ร่องรอยแห่งความเสียใจยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่บนใบหน้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจเมื่อสัมผัสได้ถึงลิ้นสากชื้นบนผิวแก้ม ดวงตากลมโตลืมขึ้นมองตัวการตรงหน้า แมวสาวขนฟูบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะซุกตัวเข้าหาอกอุ่นของผู้เป็นนาย มือเรียวลูบไล้ไปตามขนนิ่มฟู ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งเหลียวหาร่างสูงสง่าของคนรักภายในห้องนอนใหญ่ ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยันกายลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้าไปยังห้องน้ำกว้าง เพียงแค่ชั่วครู่ร่างบางก็เดินออกมาด้วยใบหน้าที่ดูสดใสขึ้นเล็กน้อย
"ทินเซล...ลงไปข้างล่างกันเถอะ" หันไปร้องเรียกเจ้าตัวดีให้ลงไปด้วยกัน
"นายหญิงเจ้าคะ ดิฉันต้องขอประทานโทษที่ปล่อยให้ทินเซลขึ้นไปรบกวนการพักผ่อนตั้งแต่เช้า"
"ไม่เป็นไรหรอกฮะ เอ่อ...คุณนาร์เดียฮะ เดร...โก...ยังไม่กลับมาใช่มั้ย" ประโยคหลังถามเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานสลดลงเมื่อคุณแม่บ้านพยักหน้ารับ
"นายท่านคงปลีกตัวจากคุณแอนเดอร์สันไม่ได้จริงๆ นายหญิงไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ ยังไงนายท่านต้องกลับมาหานายหญิงกับนายน้อยแน่ๆ ...อิ่มแล้วเหรอเจ้าคะ" นางรีบถามเมื่อเห็นว่าร่างบางวางช้อนลงและไม่มีทีท่าว่าจะแตะต้องอาหารเหล่านั้นอีกเลย
"ฮะ...ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ มาเถอะทินเซลเราไปเดินเล่นกันดีกว่า ไม่ต้องให้ใครตามนะฮะ คุณนาร์เดีย"
"แต่ว่า..."
"ผมอยากอยู่ตามลำพังกับทินเซล" แฮร์รี่รีบกล่าวตัดบทกับแม่บ้านประจำตระกูล เขาไม่ต้องการให้ใครมาคอยดูแลในเวลานี้ เวลาที่เขารู้สึกหดหู่ใจจนไม่อยากจะทำอะไรหรือพูดคุยกับใครทั้งสิ้น
อากาศบริสุทธิ์ยามเช้าทำให้แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างบางเดินเล่นอยู่ภายในคฤหาสน์เรื่อยมาถึงห้องนั่งเล่นใหญ่ เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ สองเท้าพาตัวเองเข้าไปในห้องนั้นโดยไม่ต้องคิด แจกันราคาแพงที่เคยตั้งประดับอยู่กลางห้องหายไปอย่างไร้ร่องลอย
"คงจะไปลงกับข้าวของล่ะซิ" เสียงหวานเศร้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลันสายตาเหลือบไปเห็นหนังสือตัวหนาพาดหัวหนังสือพิมพ์ 'เดลี่พรอเฟ็ต' เด่นชัด กวาดสายตาสนใจกับรายงานข่าวนั่นทันที
'ค่ำคืนอันแสนหวานของเขาและเธอ เดรโก มัลฟอย และ อะมีเลีย พาร์เวล'
มือบางจับพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ก่อนจะกวาดสายตาอ่านรายละเอียดของข่าวอย่างรวดเร็ว
'การนัดพบกันระหว่าง Prince Of Ice แห่งโลกเวทมนตร์ และ อะมีเลีย พาร์เวล แม่มดสาวสายเลือดบริสุทธิ์ เดรโก มัลฟอย ชายหนุ่มที่ทุกคนหลงใหลและเป็นที่หมายปองของแม่มดสาวทั่วทั้งโลกเวทมนตร์ มีรายงานมาว่าคุณชายมัลฟอยได้นัดพบกับ อะมีเลีย พาร์เวล ในคลับชื่อดังภายในโรงแรมหรู มีคนเห็นทั้งสองหายตัวไปจากงานเลี้ยงอย่างไร้ร่องรอย หลังจากที่ทางเราได้สอบถามกับพนักงานโรงแรม แต่กลับได้รับคำตอบที่ทำให้เราคาดไม่ถึงพนักงานคนเดิมได้บอกกับเราว่า คุณชายมัลฟอยได้สั่งเปิดห้องเพนเฮ้าส์บนโรงแรมหรูซึ่งมีราคาค่าพักต่อคืนแพงลิบลิ่วเลยทีเดียว จากคำบอกเล่าในครั้งนี้ทำให้เกิดข้อกังขาในหมู่วงการนักธุรกิจในโลกเวทมนตร์เป็นอย่างมาก หรือว่าผู้นำตระกูลมัลฟอยคนใหม่จะหันกลับมายึดหลักปฏิบัติต่อจากผู้นำตระกูลรุ่นก่อน หลักของการยึดมั่นถือมั่นในการรักษาสายเลือดบริสุทธิ์ของตนเองต่อไป'
ดวงตาสีเขียวใสหม่นแสงลง สายตายังคงจับจ้องไปที่ภาพของคนรักและหญิงสาวแปลกหน้า ถึงจะเป็นจุดอับแสงแต่จากโครงหน้าของคนในภาพก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเธอเป็นคนที่สวยมาก ใบหน้าที่ดูเย้ายวนชวนให้คนที่เผลอจ้องมองต้อหลงใหลไปกับเสน่ห์ของเธอ ไม่แปลกเลยที่เดรโกจะต้องการผู้หญิงคนนี้มายืนเคียงข้างในฐานะนายหญิงของตระกูลแทนตน
สายตาเริ่มพร่ามัวด้วยหยาดน้ำใสๆ บดบังความงดงามของนัยน์ตาคู่สวย มือเรียวจับขยุ้มหนังสือพิมพ์แน่นจนแทบจะฉีกให้ขาดคามือ ในที่สุดเดรโกก็เลือกแล้ว เลือกที่จะกลับไปดำรงสายเลือดของตน เลือดบริสุทธิ์ที่สูงส่ง สำหรับคนที่มีเลือดผสมอย่างเขาคงไม่เป็นที่ต้องการของเดรโกอีกต่อไป ร่างทั้งร่างสั่นไหวอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดถูกกลั่นเป็นน้ำตาเม็ดใสไหลรินลงมาไม่ขาดสาย ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก หัวใจอันบอบช้ำไม่สามารถทนรับเรื่องเหล่านี้ได้อีกแล้ว หากต้องอยู่รอฟังคำพูดเลิกลาจากร่างสูงตัวเขาขอเดินจากไปเองเสียดีกว่า
"อ๊ะ...โอ๊ย!" ร่างบางสะท้านเฮือกเมื่อความเจ็บที่ช่วงท้องหนักหน่วงขึ้นกว่าครั้งก่อน มือบางกอบกุมท้องนูนของตนไว้แน่นด้วยกลัวว่าทารกน้อยในครรภ์จะเป็นอะไรไป มืออีกข้างจับยึดขอบโต๊ะตัวใหญ่ประคองตัวไว้ไม่ให้ล้ม ความเจ็บถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ปราณีจนร่างเล็กต้องทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างรวดเร็ว
"อึก...อะ...โอ๊ยย!!...เจ็บ!" หยาดเหงื่อผุดขึ้นทั่วหน้าผากมน เสียงครางด้วยความเจ็บปวดหลุดรอดออกมาไม่ขาดสาย
"แง้ว!..." เจ้าแมวขนฟูร้องเรียกนายตนอยากตกใจเมื่ออยู่ดีๆ ร่างบอบบางของผู้เป็นนายกลับทรุดลงไปต่อหน้าของมัน
"แง๊ว! แง๊ว! แง๊ว!" เสียงร้องของทินเซลดังก้องไปทั่วบริเวณ จนแม่บ้านประจำตระกูลนึกแปลกใจรีบเดินตามหาต้อตอของเสียงนั้นทันที นางหยุดลงตรงหน้าประตูห้องนั่งเล่นบานใหญ่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเสียงของทินเซลดังรอดออกมาจากภายในห้องนี้
"นายหญิง!!...นายหญิงเจ้าคะ! ใครอยู่แถวนี้บ้างรีบเข้ามาช่วยนายหญิงที" นาร์เดียร้องตะโกนเสียงดังอย่างตกใจ มือเรียวซับหยาดเหงื่อบนหน้าผากบางอย่างร้อนรน
"คะ...คุณนาร์...โอ๊ยย!...ฮึก!...ปวด...!"แววตาตื่นตระหนกเมื่อเห็นนายหญิงของตนนอนร้องครางด้วยความเจ็บปวด เกาะกุมช่วงท้องนูนแน่น
"ว๊าย!...คุณนาร์เดีย นายหญิง...นายหญิงเป็นอะไรไปเจ้าคะ"
"ไปตามคุณหมอมาเร็ว ส่วนเธอไปบอกอลันให้ไปรายงานนายท่านว่านายหญิงกำลังเจ็บท้องอย่างหนัก เร็วเข้าซิ! จะมัวยืนตะลึงอะไรกันอยู่!?"
"ส่วนเธอช่วยฉันประคองนายหญิงขึ้นไปบนห้อง แล้วไปรอรับคุณหมอหน้าคฤหาสน์ เอาเร็วสิ! อยากให้นายหญิงกับนายน้อยเป็นอะไรไปหรืออย่างไร" สองคนช่วยกันประคองร่างอันอ่อนแรงของแฮร์รี่ขึ้นไปยังชั้นบน ถึงแม้ความเจ็บจะบรรเทาลงแล้ว แต่ใบหน้าเนียนยังคงดูซีดเซียวจนน่าใจหาย
"นายหญิงเจ้าคะ...นายหญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"มะ...ไม่...ผมไม่เป็นไรแล้วฮะ คุณนาร์เดีย มันก็แค่เจ็บมากกว่าทุกครั้งก็เท่านั้น"
"ทำไมนายหญิงถึงดูทรมานมากขนาดนี้ล่ะเจ้าคะ หรือว่านายน้อยจะดิ้นแรงไป"
"ฮะ...เจ้าตัวเล็กคงดิ้นแรงไป เอ่อ...คุณนาร์เดียฮะผมอยากนอนพัก ขอผมอยู่คนเดียวได้มั้ย" ร่างบางเอ่ยขอร้อง แววตาเว้าวอนอย่างน่าสงสารจนคุณแม่บ้านไม่อยากขัดใจ
"ก็ได้เจ้าค่ะ แต่ถ้าคุณหมอมาถึงแล้วนายหญิงต้องให้คุณหมอตรวจดูอาการอย่างละเอียดนะเจ้าคะ"
"ฮะ...คุณนาร์เดีย" ปลายเสียงรับคำอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตปิดลง ลมหายใจเริ่มเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็นการสื่อให้รู้ว่าร่างบางได้หลับลึกเข้าสู่นิทราเสียแล้ว
************************************
"คุณนาร์เดียคะ นะ...นายหญิงเป็นอย่างไรบ้าง" หนึ่งในสาวใช้เอ่ยถามเสียงสั่นในระหว่างที่รอหมอประจำตระกูล
"ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เธอกำลังนอนพัก ถ้าคุณหมอมาถึงก็เชิญขึ้นไปตรวจอาการนายหญิงได้เลย" สั่งความกับสาวใช้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ร่างเพรียวบางรีบเดินออกไปจากบริเวณนั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้นายหญิงถึงกับต้องเสียน้ำตาและสะเทือนใจมากขนาดนั้น บางทีหากย้อนกลับไปดูที่ห้องนั่งเล่น นางอาจจะได้รู้คำตอบอย่างที่ต้องการ
หนังสือพิมพ์ฉบับเดิมยังคงกางแผ่อยู่บนพรมผืนหนา มือเรียวหยิบยกสิ่งนั้นขึ้นมาพิจารณาอยู่ชั่วครู่ ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับเนื้อความในข่าว
"คุณนาร์เดียคะ คุณหมอมาถึงแล้วค่ะ" นางพยักหน้าตอบรับ เดลี่พรอเฟ็ตถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อยและยังคงวางอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ต่อไป
'ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!' เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมาด้วยบานประตูเปิดกว้าง นาร์เดียเดินนำนายแพทย์ประจำตระกูลไปยังเตียงสี่เสากลางห้อง
"นายหญิงเจ้าคะ คุณหมอมาแล้วเจ้าค่ะ" พลางส่งเสียงเรียกนายหญิงของตนให้รู้สึกตัว ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ บนเตียงสี่เสาว่างเปล่าไร้ร่องรอยของเจ้าของห้อง 'นายหญิงของนางหายไป'
ความโกลาหลเกิดขึ้นภายในคฤหาสน์มัลฟอยเมื่อนายหญิงของตระกูลหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งๆ ที่ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังคงถูกจัดวางไว้ตำแหน่งเดิม บริวารทั้งหลายถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพื่อช่วยกันตามหาตัวนายหญิง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แม่บ้านนาร์เดียร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง ในใจร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงในตัวนายหญิงและนายน้อย เมื่อเห็นผู้เป็นสามีกลับเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก็ยิ่งทำให้นางใจไม่ดี
"อลัน! ...นายท่านล่ะ บอกนายท่านหรือยัง" นางเอ่ยถามผู้เป็นสามีด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ยัง...ฉันหานายท่านไม่เจอ"
"แย่แล้ว! เราจะทำยังไงกันดีล่ะทีนี้ อลัน...นายหญิงหายไป"
"อะไรนะ! นายหญิงหายไป หายไปได้ยังไงกัน" คุณพ่อบ้านร้องขึ้นด้วยความตกใจ หากนายท่านรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีหวังได้ตายกันทั้งหมดแน่
"มะ...ไม่รู้...ฉันไม่รู้...ฉันให้คนตามหาจนทั่วคฤหาสน์แล้วแต่ก็ยังไม่พบ โธ่! นายหญิงร่างกายยิ่งอ่อนแออยู่ด้วย ไม่น่าด่วนตัดสินใจหนีไปแบบนี้เลย" น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือจนคนรอบข้างเริ่มรู้สึกได้
"ทำไม?...ทำไมถึงไม่รอถามนายท่านก่อนนะ จะเป็นแม่คนอยู่แล้วทำไมถึงยังคิดยังตัดสินใจอะไรเหมือนเด็กๆ แบบนี้ นายท่านก็เหมือนกัน ไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของนายหญิงบ้างเลย" หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอย่างอดกลั้น
"ฉันจะไปตามหานายท่าน จะไปบอกนายท่านให้รับรู้ว่านายหญิงหายตัวไป อย่ากังวลไปเลยนาร์เดีย นายท่านไม่ปล่อยให้คนที่ตัวเองรักเป็นอะไรไปหรอก" มือใหญ่โอบกระชับไหล่เล็กของภรรยาอย่างปลอบโยน ก่อนจะรีบร้อนออกไปตามหายนายของตน
************************************
ห้องเพนเฮ้าส์บนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรู ร่างสูงสง่ายังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซส์ดีไซน์ทันสมัย แผ่นอกแข็งแรงเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์คลุมกาย มีเพียงผ้าห่มสีขาวสะอาดคลุมทับตั้งแต่ช่วงเอวลงมา แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ใบหน้าของหญิงสาวผมยาวเป็นลอนสลวยอิงแอบแนบชิดอยู่บนอกกว้าง ขนตางอนยาวเริ่มกระพริบถี่เปลือกตาบางลืมขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวใส รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของหล่อน เมื่อมองเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับสนิท หญิงสาวยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาหยุดยืนมองร่างกายสมส่วนของชายตรงหน้าก่อนจะหมุนกายเดินหาย
เข้าไปในห้องน้ำ
ห้องเพนเฮ้าส์บนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรู ร่างสูงสง่ายังคงหลับสนิทอยู่บนเตียงคิงไซส์ดีไซน์ทันสมัย แผ่นอกแข็งแรงเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์คลุมกาย มีเพียงผ้าห่มสีขาวสะอาดคลุมทับตั้งแต่ช่วงเอวลงมา แผ่นอกสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ใบหน้าของหญิงสาวผมยาวเป็นลอนสลวยอิงแอบแนบชิดอยู่บนอกกว้าง ขนตางอนยาวเริ่มกระพริบถี่เปลือกตาบางลืมขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวใส รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าอันงดงามของหล่อน เมื่อมองเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับสนิท หญิงสาวยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาหยุดยืนมองร่างกายสมส่วนของชายตรงหน้าก่อนจะหมุนกายเดินหาย
เข้าไปในห้องน้ำ
เสียงสายน้ำไหลทำให้เดรโกเริ่มรู้สึกตัว ดวงตาสีเทากวาดมองไปรอบๆ ตัวอย่างแปลกใจกับห้องที่ไม่คุ้นเคย ร่างสูงรีบลุกขึ้นนั่งในทันทีที่เห็นว่านี่ไม่ใช่ห้องของตน สภาพเตียงที่ยับย่นทำให้คุณชายมัลฟอยนึกเอะใจ มือแกร่งเอื้อมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็ว ประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับกระดุมเม็ดสุดท้ายติดเสร็จพอดี สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวตรงหน้าด้วยความงุนงง
"คุณพาร์เวล ทำไมคุณกับผมถึงมาอยู่ที่นี่" ถึงจะนึกสงสัยและประหลาดใจเพียงใด แต่เดรโกยังคงปรับน้ำเสียงได้เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"อ๊ะ...'อะมีเลีย' ค่ะ เดรโก เรียกฉันว่า 'อะมีเลีย'..." ร่างเพรียวระหงเคลื่อนกายเข้ามาแนบชิด นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากของร่างสูง
"ผมจำได้ว่าเราไม่เคยสนิทกันถึงขั้นอนุญาตให้คุณเรียกชื่อผมนะ คุณพาร์เวล"
"อย่าพูดแบบนั้นซิคะ คุณลืมเรื่องระหว่างเราเมื่อคืนนี้ไปแล้วหรือ" สองแขนโอบรอบคอร่างสูง จ้องมองอีกฝ่ายอย่างยั่วยวนก่อนจะซบหน้าลงบนอกกว้างเบียดกายให้แนบชิดยิ่งขึ้น
"อย่ามาทำเป็นเสแสร้งไปหน่อยเลยคุณพาร์เวล คุณย่อมจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเราสองคนไม่เคยมีอะไรกัน และเหตุการณ์อย่างนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นเป็นอันขาด" มือแกร่งแกะแขนเรียวออกจากรอบคอดันร่างระหงให้ห่างจากตัวเอง ดวงตาสีเทาจ้องมองอย่างชิงชัง
"อะไรกันคะ เดรโก คุณลืมช่วงเวลาแห่งความสุขของเราไปแล้วหรือยังไง เมื่อคืนเราเร่าร้อนกันขนาดไหน อยากให้ฉันช่วยเตือนความทรงจำหน่อยมั้ยคะ...ที่รัก" หญิงสาวยังคงเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ สองมือรั้งใบหน้าคมหมายจะประทับกลีบปากแดงสดลงบนริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่ม
"เอาตัวสกปรกของเธอออกไปให้พ้นจากฉันเดี๋ยวนี้ คุณพาร์เวล ระหว่างเรามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นและฉันก็ไม่เคยคิดจะให้มันเกิดขึ้นด้วย"
"เดรโก...ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะคะ...ที่รัก" ช้อนสายตาขึ้นสบตาร่างสูง น้ำเสียงมีแววออดอ้อนอยู่ในที
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! คุณพาร์เวล ชื่อของฉันไม่ใช่จะให้ใครมาเรียกกันได้ง่ายๆ และฉันก็ไม่ใช่ที่รักของผู้หญิงเหลี่ยมจัดอย่างเธอ"
"คุณพูดแบบนี้ได้อย่างไร? เดรโก มัลฟอย ฉันเป็นของคุณแล้ว! คุณจะมาปัดความรับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้นะ!" เสียงหวานแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว ปลายเล็บจิกเกร็งลงบนฝ่ามือ หาว่าฉันเหลี่ยมจัดเหรอ ดี! เราจะได้รู้กัน
"เธอคงจะลืมไปแล้วว่าฉันมีภรรยาอยู่แล้ว และกำลังจะมีลูกในไม่ช้า ลืมซะเถอะวิธีการของเธอน่ะมันใช้กับมัลฟอยไม่ได้ผลหรอก"
"ดี! ถ้าอย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเมียคุณ!! แล้วคอยดูซิว่าเมียคุณจะรับเรื่องนี้ได้มั้ย เห็นว่ากำลังท้องแก่ใกล้คลอดแบบนี้มันน่าทำให้คลอดก่อนกำหนดนัก" ประกายตาแห่งความมุ่งมั่นฉายชัด ถ้าฉันไม่ได้ใครก็อย่าหวังจะได้ไปเลย
"อะมีเลีย พาร์เวล!!" เสียงทุ้มตวาดลั่น ร่างสูงสง่าเข้าประชิดตัวหญิงสาว และก่อนที่เธอจะรู้ตัว ฝ่ามือแกร่งก็คว้าลำคอระหงและบีบเอาไว้แน่น "ถ้าหากเธอคิดจะทำลายครอบครัวฉัน ทำร้ายภรรยาและลูกของฉัน ตัวเธอและครอบครัวของเธอจะต้องตอบแทนฉันอย่างสาสม ถ้าเธอยังไม่ยอมล้มเลิกความคิดนั้นซะเดี๋ยวนี้ ฉันรับรองได้เลยว่าพ่อแม่และญาติพี่น้องของเธอทั้งหมดจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทีละคน" สายตาเย็นชาและชิงชังถูกถ่ายทอดอกมาทางแววตาเทาหม่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว จนทำให้คนถูกมองต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
"ถึงเธอคิดจะหนี คนของฉันก็จะตามจนพบ หวังว่าสิ่งที่ฉันบอกเธอในวันนี้มันคงจะชัดเจนพอนะ คุณพาร์เวล" หญิงสาวดิ้นรนอย่างหมดทางสู้ แรงบีบรอบลำคอมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนที่จะทนไม่ไหว ร่างสูงก็ปล่อยมืออกพร้อมผลักร่างเพรียวบางออกห่าง
ความเย็นเยียบปกคลุมไปทั่วห้อง ใบหน้างดงามซีดเผือดด้วยความตกใจ ริมฝีปากได้รูปเปิดออกเพื่อรับอากาศเข้าไปให้ได้มากที่สุด ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดหวั่น ความงดงามราวเทพบุตรของคนตรงหน้ากลับกลายเป็นซาตานได้ในทันทีเมื่อมีใครบังอาจมาทำลายครอบครัวและทำร้ายคนที่ตนรัก นี่เองคือความน่ากลัวของ 'เดรโก มัลฟอย'
"กะ...แก!" ความคับแค้นและความหวาดกลัวฝังแน่นอยู่ในอก น้ำเสียงรวมทั้งท่าทางเมื่อครู่ก็ทำให้หล่อนรู้แล้วว่าคนตรงหน้าเป็นอย่างไร ชายหนุ่มที่หล่อนเฝ้าใฝ่ฝันจะได้มาไว้ในครอบครองไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม จริงๆ แล้วภาพที่หล่อนเห็นเป็นเพียงแค่ภาพลวง ใครว่า 'เดรโก มัลฟอย' คือเทพบุตร สำหรับหล่อนแล้วในตอนนี้ ร่างสูงสง่าที่อยู่เบื้องหน้าเปรียบเหมือนซาตานในคราบของเทพบุตรเสียมากกว่า จากการประเมินสถานการณ์และคิดไตร่ตรองให้รอบคอบแล้ว คนที่ยังคิดจะทำลายครอบครัวของเดรโก มัลฟอย คงเป็นคนที่โง่มากเท่าที่หล่อนเคยรู้จักมา แต่ถ้าหากยอมถอย ยอมเลิกล้มความคิด บางทีอาจจะได้รับค่าตอบแทนกลับมาบ้างก็เป็นได้
"ก็ได้!...ฉันไม่นำเรื่องนี้ไปบอกภรรยาของคุณก็ได้ แต่ฉันคิดว่ายังไงซะ ฉันก็สมควรจะได้ค่าตอบแทนในสิ่งที่ต้องเสียไป ตกลงไหม...คุณมัลฟอย"
"ค่าตอบแทนงั้นรึ! ก็ได้ถึงฉันจะมั่นใจว่าเธอไม่ได้เสียอะไรไปเลยก็เถอะ ฉันจะให้คนของฉันจัดการเรื่องนี้ให้ และหวังว่าต่อไปนี้เราคงไม่ต้องพบกันกันอีกนะ คุณพาร์เวล" เมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย ร่างสูงรีบออกจากโรงแรมมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ทันที
"หึ...เดรโก มัลฟอย ขอให้คุณโชคดี ป่านนี้ที่บ้านคงปั่นป่วนกันไปหมดแล้ว" รอยยิ้มแห่งความสะใจปรากฏบนใบหน้างดงามซึ่งแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจ มือเรียวรีบเก็บข้าของโดยเร็ว ต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่ร่างสูงจะรู้ความจริง
TBC
Tags: You Are My Little Cat PART3






