NIGHT AT THE MUSEUM
สวัสดีค่ะยินดีตอนรับสู่จิตนาการณ์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ใน “คืนมหัศจรรย์...พิพิธภัณฑ์มันทะลุโลก”
หนังที่จะทำให้คุณได้นึกถึงความฝันในวัยเด็ก
ดิฉันเพิ่งได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อตอนบ่ายวันนี้เองค่ะ หลังจากที่ดูรายการหนึ่งเมื่อคืนนี้ ที่มีการจัดลำดับหนังดีทำเงินในบ้านเรา แน่นอนว่าจะเรียกว่าดูช้าเกินไปก็ได้ เพราะถึงจะขึ้นอยู่ที่อันดำ 1 แต่ก็เรียกว่าลงฉายมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเลยเชียวละ เพราะช่วงนี้ก็ยังอยู่ในช่วงของวันเด็ก
ดิฉันคงจะไม่เล้าลายระเอียดของหนังมากหนัก เพราะยังอยู่ในช่วงของการฉายอยู่ แต่จะวิจารณ์ภาพรวมของหนังเรื่องนี้แล้วกันค่ะ
NIGHT AT THE MUSEUM หรือในชื่อภาษาไทยว่า คืนมหัศจรรย์...พิพิธภัณฑ์มันทะลุโลก ภาพยนตร์แนวแฟนตาซี ที่แสดงนำโดย “เบ็น สติลเลอร์” คุณที่เคยชมหนังที่เขาเล่นคงจะทราบดีถึงฝีมือการณ์แสดงของเขามาบ้างแล้ว กับบทเบาสมอง ในเรื่องนี้เขาแสดงเป็น “ลาร์รี่ คาลี่” ผู้ที่ประสบปัญหาในชีวิต แต่เป็นคนที่มองโลกในแงดีเสมอ เขาเป็นคนที่ยึดถือความชอบเป็นหลัก เลยทำให้เขาไม่มีงานที่มั่นคง เขาจึงต้องแยกทางกับภรรยาของเขาโดยที่ลูกจะอยู่กับเขาได้ 2 วัน ต่อสัปดาห์ เขาจึงต้องหาความมั่งคงในชีวิต เพื่อให้ลูกของเขาภูมิใจ ด้วยเหตุนี้เรื่องจึงเกิดขึ้น
ซึ่งในภาพยนตร์อื่นๆ ที่เคยได้ชมกันมานั้น ตัวเอกของเรื่องจะเป็นบุคคลที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ในเรื่องนี้ก็เช่นกันบทบาทในการกล่าวถึงตัวเอกเริ่มมาจากปัญหา ได้เมื่อยอมรับที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เป็นบทบาทที่มีการให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังมีปัญหาและต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งในจุดนี้หนังเรื่องนี้อาจจะเน้นความรู้สึกทางด้านนี้น้อยไปนิด แต่จะให้ความรู้สึกที่การยอมรับอะไรที่เกิดขึ้นมาอย่างง่ายๆ และแก่ไขได้ทันที่ ความเอาใจใส่ในสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ หรือการเป็นผู้นำ หรือการยอมรับผู้อื่นโดยการเปิดใจนั้น ดิฉันคิดว่าคนที่เขาชมคงจะได้ความรู้สึกแบบนี้มากกว่า
ทางด้านกราฟิก แน่นอนว่ากล่าวถึงหนังแนวแฟนตาซี ยอมมีกราฟิกแน่นอน ในเรื่องนี้ความลื่นไหลของตัวละครที่ในกราฟิกนั้นให้ความรู้สึกไม่คัดตาและดูเป็นธรรมชาติมาก จนบ้างครั้งในความรู้สึกว่าถ้าเกิดแบบนี้ขึ้นจริงจะเป็นไงนะ ภาพและเสียงเหมาะสมกันดี แต่บ้างช่วงก็ใช้เสียงเพลงที่หนักเกินไป ความประติประต่อของเรื่องหรือตัวเอกตัวอื่น ให้เหตุผลในการกระทำน้อยไปนิด ในเรื่องจะเน้นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจนไม่มีการผูกมัดเรื่องมากนัก
อย่างตัวร้าย 3 คนที่ขโมยแผ่นจารึก ผู้ที่เป็นผู้ดูแลคนเก่า หาความผูกพันกับสิ่งที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ไม่มีเลย เหมือนเป็นโจรที่มาจากที่อื่นมากกว่า บทนี้ค่อนข้างมั่นและขัดใจไปมาก ทั้งๆ ที่น่าจะมีความพิเศษในด้านความสัมพันธ์
แต่อย่างไรก็ตาม หนังเรื่องนี้ก็จัดเป็นหนังดีมากที่ควรดูเรื่องหนึ่งเลยค่ะ เพราะคุณจะได้ความรู้สึกในวัยเด็กอีกครั้ง แล้วอย่าลืมนะค่ะ ลองเข้าไปพิพิธภัณฑ์ในบ้านเรากันบ้าง แม้จะไกลไปสักหน่อย และผู้ใหญ่บ้านเราก็ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก แต่ขอแนะนำค่ะ ไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ คลอง 5 ปทุมธานีนะคะ คุณจะได้ชม วิวัฒนาการของมนุษย์ และวิทยาศาสตร์ต่างๆ ที่คุณเคยแต่เรียนมา แต่ไม่เคยได้รู้หลักของมัน และอีกที่ทีน่าสนุกพร้อมความรู้ ก็ที่พัทยา
ยังไงก็อย่าลืมดูภาพยนตร์ดีๆ แล้วมาเล้ากันบ้างนะค่ะ สวัสดีค่ะ






