moviecontest
The Terminal ภาพยนตร์ในความทรงจำ
The Terminal ด้วยรักและมิตรภาพ
ภาพยนตร์ที่หยิบเอาแง่มุม ที่ใครหลายคนคงคาดไม่ถึงว่ามันอาจเกิดขึ้นได้ ในโลกแห่งความเป็นจริงเรื่องราวที่แสนธรรมดา แต่เมื่อผ่านการรังสรรค์ผลงานจาก
Steven Spielberg ผู้กำกับผู้เป็นตำนานไปแล้ว บวกกับฝีมือการนำแสดงของ
Tom Hanks หนังเรื่องนี้ก็น่าสนใจขึ้นมาทันทีแล้วยังมีบทภาพยนตร์ที่ใครหลายคนที่ได้ดู พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คิดมาได้ยังไง”หลังจากตัวอักษรสุดท้ายในภาพยนตร์สิ้นสุดลง ผมมีความอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีความสวยงามอีกมากมาย เติมกำลังใจให้อิ่มเอมกลับบ้าน
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ Viktor Navorski (Tom Hanks) ผู้ชายที่แสนจะธรรมดา กับท่าที ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร บทบาทลีลาท่าทางบ้านนอก พูดสำเนียงชาวยุโรปตะวันออกที่ออกเดินทางมาเยือน นิวยอร์กซิตี้ เพียงเพื่อเหตุผลที่เขาบอกได้เพียง “มันเป็นสัญญา” เรื่องราวคงจะราบรื่นและจบอย่างง่ายดายถ้าไม่มีปัญญาอะไร แต่เมื่อประเทศบ้านเกิด เกิดการปฏิวัติยึดอำนาจขึ้น Viktor Navorski จึงเป็นกรณีที่มิเคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อเค้ากลายเป็นคนไร้สัญชาติกลับบ้านไม่ได้ จะเข้าประเทศอเมริกาก็ไม่ได้สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้ จึงเป็นที่พึ่งแห่งเดียวที่เขาสามารถพึงพิงได้ ไม่ใช่แค่ชั่วโมง แค่วัน แต่เป็นแรมเดือน แรมปี เขาต้องอยู่นี้จนกว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น ด้วยความแตกต่างกันทางเชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรม เขาจะอาศัยที่นี้ได้อย่างไรจึงเป็นคำถามที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง โลกของ Viktor Navorski ในอาคารผู้โดยสาร จึงมีอะไรที่แสนจะซับช้อน มีเรื่องชวนหัวเราะ มีความมุ่งมั่น มีความหวัง มีศรัทธา มีมิตรภาพ หรือ แม้กระทั้งความรักกับพนักงานต้อนรับสาวแสนสวยที่ชื่อ เอมิเลีย (แคเธอรีน ซีต้า-โจนส์) ความรักของ Viktor Navorski เป็นอะไรที่ประทับใจผมอีกอย่างหนึ่งความรักอันแสนจะบริสุทธิ์ความรักที่แสดงออก พิสูจน์ด้วยการกระทำ มากกว่าคำพูดที่พร่ำเพ้อออกมา
ด้วยความที่หนังไม่ใช้งานที่ใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์อลังการการ ฉากสถานที่จำกัดบทชายที่ต้องแสดงอารมณ์ผ่านกิริยาท่าทางเป็นหลัก นักแสดงนำจึงต้องมีความสามารถพอที่จะดึงคนดูให้อยู่ได้ และบทนี้เหมือนจะเขียนเพื่อ “ลุงทอม” เล่นเพียงผู้เดียว
ออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่อมเป็นจึงหลักฐานสำคัญว่า Tom Hanks แสดงได้ดีขนาดไหน ทุกตัวใน The Terminal มีความน่ารักในตัวของมันเอง ทุกคนจึงมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง จึงไม่แปลกที่คุณจะถามหา ลุงคนทำความสะอาด ยามรักษาความปลอดภัย หรือ แม้กระทั้งพนักงานตรวจหนังสือเดินทาง ทุกๆตัวต่างมีความน่ารัก แม้กระทั้งตัวร้ายอย่าง Frank ยังร้ายแบบน่ารัก คงเป็นตัวร้ายที่หาคนเกียจยากเลยแหละ
The Terminal มีหลาย ๆ อย่างที่เหมาะเจาะอย่างลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยพล็อตเรื่องที่แสนจะน่ารัก คุณจะไม่มีวันเบื่อฉากในสนามบิน มุขตลกที่ถูกสอดแทรกไปตลอดเรื่อง แต่อีกฉากคุณกลับเศร้าใจคลอน้ำตา มันคือความแตกต่างความมหัศจรรย์ของหนังเรื่องนี้ จนคุณไม่อยากลุกออกจากที่นั่งเลยปวดท้องก็ต้องทน เพราะกลัวว่ากลับมาแล้วจะตามเรื่องราวไม่ทันซึ่งทั้งหมดก็ต้องยกความดีให้คนเขียนบทที่สร้าง The Terminal มาด้วยความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ภาพยนตร์อันแสนอบอุ่นใจ
แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดใน The Terminal คือ The Terminalสอนให้ผมรู้จักมุมมองในการใช้ชีวิตมากขึ้น ชิวิตทุกคนล้วนมีปัญหามีอุปสรรคด้วยกันทั้งนั้น แต่เราจะผ่านสิ่งเหล่านั้น คือ ความหวัง ศรัทธา มิตรภาพ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าโลกนี้ช่างน่าอยู่เหลือเกิน มันเป็นเหมือนเชื้อไฟที่เติมไจให้ไฟลุกโชติช่วงอีกครั้ง หลังจากที่ดับมอดมานาน แล้วหนังเรื่องนี้ยังเหมาะแกทุกคนทุกเพศทุกวัย ยิ่งผู้ปกครองพาลูกหลานไปดูด้วยแล้วยัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันกับปัญหาที่จะเข้ามาให้เด็กได้คิดไตร่ตรองประโยชน์จากหนังเรื่องนี้ The Terminal จึงเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับ ศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์ศิลปะแขนงนี้ให้คงอยู่ชั่วไป The Terminal จึงเป็นภาพยนตร์ที่จะตราตรึงใจคุณไปตลอดการ
The Terminal ด้วยรักและมิตรภาพ
ภาพยนตร์ที่หยิบเอาแง่มุม ที่ใครหลายคนคงคาดไม่ถึงว่ามันอาจเกิดขึ้นได้ ในโลกแห่งความเป็นจริงเรื่องราวที่แสนธรรมดา แต่เมื่อผ่านการรังสรรค์ผลงานจาก
Steven Spielberg ผู้กำกับผู้เป็นตำนานไปแล้ว บวกกับฝีมือการนำแสดงของ
Tom Hanks หนังเรื่องนี้ก็น่าสนใจขึ้นมาทันทีแล้วยังมีบทภาพยนตร์ที่ใครหลายคนที่ได้ดู พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คิดมาได้ยังไง”หลังจากตัวอักษรสุดท้ายในภาพยนตร์สิ้นสุดลง ผมมีความอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีความสวยงามอีกมากมาย เติมกำลังใจให้อิ่มเอมกลับบ้าน
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ Viktor Navorski (Tom Hanks) ผู้ชายที่แสนจะธรรมดา กับท่าที ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร บทบาทลีลาท่าทางบ้านนอก พูดสำเนียงชาวยุโรปตะวันออกที่ออกเดินทางมาเยือน นิวยอร์กซิตี้ เพียงเพื่อเหตุผลที่เขาบอกได้เพียง “มันเป็นสัญญา” เรื่องราวคงจะราบรื่นและจบอย่างง่ายดายถ้าไม่มีปัญญาอะไร แต่เมื่อประเทศบ้านเกิด เกิดการปฏิวัติยึดอำนาจขึ้น Viktor Navorski จึงเป็นกรณีที่มิเคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อเค้ากลายเป็นคนไร้สัญชาติกลับบ้านไม่ได้ จะเข้าประเทศอเมริกาก็ไม่ได้สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี้ จึงเป็นที่พึ่งแห่งเดียวที่เขาสามารถพึงพิงได้ ไม่ใช่แค่ชั่วโมง แค่วัน แต่เป็นแรมเดือน แรมปี เขาต้องอยู่นี้จนกว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น ด้วยความแตกต่างกันทางเชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรม เขาจะอาศัยที่นี้ได้อย่างไรจึงเป็นคำถามที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง โลกของ Viktor Navorski ในอาคารผู้โดยสาร จึงมีอะไรที่แสนจะซับช้อน มีเรื่องชวนหัวเราะ มีความมุ่งมั่น มีความหวัง มีศรัทธา มีมิตรภาพ หรือ แม้กระทั้งความรักกับพนักงานต้อนรับสาวแสนสวยที่ชื่อ เอมิเลีย (แคเธอรีน ซีต้า-โจนส์) ความรักของ Viktor Navorski เป็นอะไรที่ประทับใจผมอีกอย่างหนึ่งความรักอันแสนจะบริสุทธิ์ความรักที่แสดงออก พิสูจน์ด้วยการกระทำ มากกว่าคำพูดที่พร่ำเพ้อออกมา
ด้วยความที่หนังไม่ใช้งานที่ใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์อลังการการ ฉากสถานที่จำกัดบทชายที่ต้องแสดงอารมณ์ผ่านกิริยาท่าทางเป็นหลัก นักแสดงนำจึงต้องมีความสามารถพอที่จะดึงคนดูให้อยู่ได้ และบทนี้เหมือนจะเขียนเพื่อ “ลุงทอม” เล่นเพียงผู้เดียว
ออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่อมเป็นจึงหลักฐานสำคัญว่า Tom Hanks แสดงได้ดีขนาดไหน ทุกตัวใน The Terminal มีความน่ารักในตัวของมันเอง ทุกคนจึงมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง จึงไม่แปลกที่คุณจะถามหา ลุงคนทำความสะอาด ยามรักษาความปลอดภัย หรือ แม้กระทั้งพนักงานตรวจหนังสือเดินทาง ทุกๆตัวต่างมีความน่ารัก แม้กระทั้งตัวร้ายอย่าง Frank ยังร้ายแบบน่ารัก คงเป็นตัวร้ายที่หาคนเกียจยากเลยแหละ
The Terminal มีหลาย ๆ อย่างที่เหมาะเจาะอย่างลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยพล็อตเรื่องที่แสนจะน่ารัก คุณจะไม่มีวันเบื่อฉากในสนามบิน มุขตลกที่ถูกสอดแทรกไปตลอดเรื่อง แต่อีกฉากคุณกลับเศร้าใจคลอน้ำตา มันคือความแตกต่างความมหัศจรรย์ของหนังเรื่องนี้ จนคุณไม่อยากลุกออกจากที่นั่งเลยปวดท้องก็ต้องทน เพราะกลัวว่ากลับมาแล้วจะตามเรื่องราวไม่ทันซึ่งทั้งหมดก็ต้องยกความดีให้คนเขียนบทที่สร้าง The Terminal มาด้วยความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ภาพยนตร์อันแสนอบอุ่นใจ
แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดใน The Terminal คือ The Terminalสอนให้ผมรู้จักมุมมองในการใช้ชีวิตมากขึ้น ชิวิตทุกคนล้วนมีปัญหามีอุปสรรคด้วยกันทั้งนั้น แต่เราจะผ่านสิ่งเหล่านั้น คือ ความหวัง ศรัทธา มิตรภาพ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าโลกนี้ช่างน่าอยู่เหลือเกิน มันเป็นเหมือนเชื้อไฟที่เติมไจให้ไฟลุกโชติช่วงอีกครั้ง หลังจากที่ดับมอดมานาน แล้วหนังเรื่องนี้ยังเหมาะแกทุกคนทุกเพศทุกวัย ยิ่งผู้ปกครองพาลูกหลานไปดูด้วยแล้วยัง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันกับปัญหาที่จะเข้ามาให้เด็กได้คิดไตร่ตรองประโยชน์จากหนังเรื่องนี้ The Terminal จึงเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับ ศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์ศิลปะแขนงนี้ให้คงอยู่ชั่วไป The Terminal จึงเป็นภาพยนตร์ที่จะตราตรึงใจคุณไปตลอดการ
Tags: moviecontest







