Contact Card

ขอขอบคุณที่เข้ามาทักทาย

ขอขอบจายในไมตรีที่มีค่า

ขอบคุณเสี้ยวของหนึ่งกาลเวลา

ที่ให้เรามาได้พบกัน....ที่กระปุกจร้า

 

 

ss_benja @
เพศ หญิง
เข้าระบบล่าสุด 24-07-2008 19:40:29
เชียงใหม่ | ไทย
ติดต่อ ss_benja @ ที่นี่เลย
น่าสนใจ
 


Blog Tags
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ทั้งหมด ()
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet รอคอย (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet กาลครั้งหนึ่ง (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet รอ (1)



Blog    
บล็อค ทั้งหมดของ ss_benja @
9 ก.ค. 2551 22:39:58
เหตุเกิดที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง อย่าถามนะคะว่าสถาบันไหน เสียชื่อสถาบันเค้าโหม๊ด อิอิอิ ก็สถาบันที่เดี๊ยะเรียนอยู่นี่ล่ะ ไม่รู้ว่าจะต้องโทษสถาบันอ่ะป่าวนะที่รับคนติ้งต้องบ๊องค์ซ่าห์ อย่างกะพวกเดี๊ยนเข้ามาเรียนอ่ะโหๆๆ ก็คนมานเกิดมาพร้อมกะความเก่งนี่นา ห้ามไม่ได้ด้วยจิ ห้ามฝนไม่ให้ตกยังจะง่ายกว่านะ เราว่า ก๊ากๆๆๆ
เย็นวันหนึ่ง หลังจากที่เรียนวิชาคาบสุดท้ายกันเสร็จสรรพ  แต่ละคนต่างก็สาละวนเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน สาวบางคนก็นั่งแต่งหน้าทาปาก เพราะมีเดทนัดเที่ยวกะแฟนนะอิ อันนี้เดี๊ยนก็คงไม่ว่าใครเขานะเครอะ ก็มันเป็นอภิสิทธิชนนี่นา ครายจาว่าครายด้ายย  !  ตัวใครตัวมาน เพียงแค่อิจฉานิด ๆ ก็แค่นั้นเอง
            สำหรับเดี๊ยน  กะเพื่อน ๆ กลุ่มสาวซ่าห์ห้าสาวซน ยังคงเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นเหมือนเดิม พวกเรายังครองตำแหน่ง รอคานทองมาเยือน ไม่มีอะไรมาแยกพวกเราจากกันได้ คนมานเกิดมาไร้คู่ตุนาหงันนี่นา อีกอย่างเนื้อคู่ของพวกเราคงลืมลงมาเกิดฮือๆๆๆ  พวกเราต่างเตรียมตัวเดินทางไปเรียนวิชากฎหมายต่ออีกที่หนึ่ง ที่นั่นเป็นศูนย์การเรียนรู้ของ มหาลัย รามคำแหง ก็คนละที่คนละสถาบันกับที่เรียนอยู่ล่ะ พวกเราต้องยกโขยงกันออกไปเรียนนอกรั้ว  มหาลัย  โน้นแน๊ะ
            เราก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือมันบอกเวลา 3 โมงเย็นล่ะ  เรายังมีเวลาเดินโต๋เต๋อีกตั้งนาน  เราเรียน 6 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่มโน่นอ่ะ เหลือเวลาอีกตั้งเยอะ ทำไงดีจึงถามเจ้าโบว์ เพื่อนรัก ก็ได้ข้อสรุปว่าพวกเราต้องไปรอไอ้หนิ๋ง,ไอ้เจี๊ยบ ที่หน้าตึกคณะ ฯ ของมันอ่ะดิ  โห...รองัยไหว อีกเป็นชั่วโมง ๆ  กว่าพวกนั้นจะเรียนเสร็จ
            ในขณะที่รอ ท้องก็ร้องจ๊อกๆ  น้องตัวจี๊ด น้องใบไม้ น้องรากหอม เส้นด้าย น้องปากขอ  ฯ ล ฯต่างพากันร้องไห้โหยหวนขอส่วนบุญจากเรา โอย ๆๆ หิวจนไส้กิ่ว พวกมานคงกำลังแทะลำไส้ของเราแระ กรี๊ดดดดๆๆๆ  มื้อกลางวันเรายังมะด้ายกินนี่นา มื้อเช้ามากินเอาก็ปาเข้าไปตั้งกะ 11 โมงอ่ะดิ  มิน่ามานถึงได้ตอดไส้เราตุ๊บๆ ตั๊บๆ แบบนี้กริ๊ดส์ส์ส์
ทำไงดีว๊ะ ไอ้พวกน้อง ๆ พยาธิต่างพากันกัดแทะลำไส้เรากันยกใหญ่แล้ว ขืนชักช้าเสียเวลาแบบนี้ มีหวังเราอ่ะนะลำไส้เละแน่ ๆ เลยอ่ะดิ  ซีดส์ส์ ว้ายยยย  กริ๊ดดด
            เราจึงชวนเพื่อนเกลอทั้งสองไปให้อาหารสัตว์กันก่อน นั่งกินสุกี้เจ้าเก่าที่หัวมุมถนน ใกล้ ๆ คณะฯ วิทย์วะ ก็เถือก ๆ แถว ๆ โรงเรียนสาธิต ของ ม.เราอ่ะ  อาเฮียเค้าจะมาขายเฉพาะช่วงเย็น ๆ ถึงดึกดื่นเที่ยงคืนโน่นน่ะ  อ๋อ...เราลืมบอกนะ ก็นอกรั้วด้านหลัง ของมหาลัย  เราอ่ะดิ ตอนกลางคืนเค้าจะมีถนนคนเดินด้วยนะ ใครอยากกินรัยมีขายทุกอย่าง ของใช้กระจุกกระจิ๊กก็มีมาวางขายนะ เค้าขายตลอดแนวรั้ว ยาวไปจนเกือบจะถึง  สี่แยกตลาดต้นพะยอมโน้นแน๊ะ  เราเองยังเคยแอบขโมยเอาวิทยุโบราณ, เทปเพลงเก่า ๆ ของคุณพ่อ คุณแม่ มาวางขายด้วยเลยอ่ะ  คริๆๆๆ กลับไปถึงบ้าน ถูกด่าซะ !
            พอกินกันเสร็จเราก็ขับรถย้อนกลับไปรับยัยเจี๊ยบ กะยัยหนิ๋ง  ที่ตึกคณะ ฯ มนุษย์ศาจ (จุ๊ ๆ อย่าบอกใครนะ  อันนี้เราพูดเองอ่ะ ! )  พอไปถึง ยัยหนิ๋ง ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ มันบอกกับพวกเรา แบบโมโหหน่อย ๆ ว่า
            ไอ้เจี๊ยบ มานจะพา จาน ดรุณี ฯ ไปเอาของฝากที่หอด้วยอ่ะ  ฉานจะรอไปกับมัน  พวกแกไปก่อนละกัน  เอ้านี่กุญแจห้อง  ไอ้เคียร์ ฯ แกพาพวกเราไปก่อนนะ แกรู้ใช่ม๊ะ ว่ากุญแจห้องฉันอันไหนอ่ะ ? อืม...เห็นว่ามีของฝากพวกแกด้วยนะ เมื่อคืนฉันเห็นมันจัดของ มันบอกว่าแบ่ง ๆ กันไปกิน อยากกินรัยก็กินกันเลยนะ เดี๋ยวฉันกะไอ้เจี๊ยบจะนั่งรถจาน ดรุณี ฯ ตามไปทีหลังน่ะ !
            แค่นั้นแหละ พวกเราต่างหูผึ่ง ตาโต ของฝากๆๆๆ โย้ ๆๆ เย้ ๆๆ  ได้กินของฟรีแล้วอ่ะอิ  มีของฝากวางรอล่อใจอยู่ตรงโน้น  เราขับรถพุ่งลิ่วฉิวเฉียดเบียดเอี๊ยดอ๊าดท์แทบเหมือนจะเหาะได้ พอไปถึงหอพัก ของยัยเจี๊ยบ กะยัยหนิ๋ง เรารีบไขกุญแจมือไม้สั่นพอเข้าไปข้างในได้เท่านั้นล่ะเจ้าข้าเอ้ย ! สารพัดของโปรดถุงขนมวางอยู่บนโต๊ะ มีทุเรียนกวนวางอยู่ด้วย  เราใช้สายตามองกราดดูจนทั่ว นับ หนึ่ง สอง สาม รวมทั้งหมดแล้ว 3 อันพอดิบพอดี เท่ากับจำนวนพวกเราเดี๊ยะ  ต่างก็ช่วยกันแกะแทะกินของฝากจากเมืองนนท์ทุเรียนกวนแท่งสวยสีเหลืองนวลนั่งมองจนน้ามลายไหล    น้ามลายหยด อืมๆๆๆ น่ากินจัง หม่ำๆๆๆ
                ตอนนี้ต่างก็ไม่สนล่ะว่า อีกแป๊บ ๆ ก็จะต้องไปเรียนกฎหมายกันต่อ เรื่องกลิ่นนั่นน่ะเหรอ ไม่ต้องห่วง  มีแน่นอนมีแบบติดแน่นติดทนเลยอ่ะคร้า ทุเรียนกวนหมดไปสามท่อนใหญ่ ๆ ต่อสามสาวที่สวาปามจนพุงอึด พุงกาง สักครู่ ไอ้เจี๊ยบ ไอ้หนิ๋ง ก็เดินนำหน้าอาจารย์ ดรุณี ฯ เข้ามาในห้อง ไอ้เจี๊ยบใช้สายตามองหาของฝากสำหรับอาจารย์พลันมันก็เบิ่งตามองอย่างตื่นตะหนก ตกตะลึง มันมองไปที่โต๊ะซึ่งเคยวางถุงขนมของฝาก กับทุเรียนกวนไว้ บัดนี้ว่างเปล่าไม่เหลือหลอ คงมีแต่เศษขยะ  ถุงพลาสติกที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ และตกเกลื่อนเรี่ยราดเต็มพื้นห้อง มันจิกตามองไปที่  วิญญาณทุเรียนกวน กับถุงขนมของฝากจากเมืองนนท์ อย่างงงๆ  มันพยายามบังคับเสียงพูด อย่างยากเย็นแสนเข็น จนฟังดูอู้อี้แทบฟังไม่ได้ศัพย์ พูดเหมือนคนติดอ่างว่า
            อะ ไอ้ คะ เคียร์ กะ แกเห็นทุ ระ เรียนกวน ของ ฉะ ฉาน มั้ย  ฉะ ฉาน จะเอา มะ มา ฝะ ฝะ ฝาก อะ อา จาน ดะ รุ นะ นี  อ่ะ กะ แก เฮ้อ ! ๆๆๆๆๆ หมดกัน หมดกันใครกินของฉาน ห๊า ! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะพวกแก แงๆๆๆ  จานขา หนูขอโทดค่ะแงๆๆหนูไม่รู้ว่าเพื่อนหนูมาน ตาย..อด ตาย..อยาก กันมา จากไหน มันฟัดกันจนหมดจนเกลี้ยง ละแล้ว อ่ะ คร้า  แงๆๆๆ
        เอางัยหล่ะทีนี้  พวกเราต่างก็มองหน้ากันเลิกลัก  แบบไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีในตอนนี้  ก็มันไปนอนกองกันอยู่ในท้องของพวกเราหมดแล้วอ่ะดิ  ! เรามองไปทางยัยหนิ๋ง แบบว่า ..แกบอกหั้ยพวกฉานกินนี่หว่า  ยัยโบว์เอามือลูบท้องไปมา หน้าซีดเซียว  เราจึงตัดสินใจบอกอาจานไปว่า
            จานคะ  มันยังมีอีกนิดหนึ่งค่ะ ของ เคียร์ยังทานไม่หมด เหลืออีกครึ่งห่ออ่ะอิ อืม..ไอ้เจี๊ยบ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉานเอามาให้แกใหม่นะ  ฉานจะหามาใช้คืนแก จะให้คืนตอนนี้ ฉานไม่มีปัญญาว๊ะ  จนปัญญาจริง ๆ   ก็มัยไม่บอกล่ะว่าของฝากนั่น มันของฝากจาน ดรุณี ฯ น่ะ  เห็นวางอยู่คิดว่าของพวกเราอ่ะ ฮือ ๆๆๆ
            ไม่เป็นไร ๆ จานไม่ว่ารัยหรอกจ๊ะ  อืม ๆ งั้นจานกลับก่อนละกาน ขอบใจนะจ๊ะหนูเจี๊ยบ ไม่ต้องไปส่งจานหรอก ขอบใจอีกทีนะ  นี่ ! พวกเธอ ทำอะไรคิดกันบ้างนะ  พวกเธอนะโตกันแล้วนะ ทำอะไรเหมือนเด็ก ๆ ดูสิพื้นห้องรก สกปรกเต็มไปหมด เอ้า ๆ ช่วยกันทำความสะอาดซ๊ะนะ  !  เดี๋ยวจะไปเรียนกฎหมายกันต่อมิใช่รึฮึ  ?!”
               อาจารย์ดรุณี ฯ พูดจบ ก็สะบัดหน้า  ยึดตัว ทำคอตั้งบ่า แล้วเดินเชิดหน้า ออกจากประตูห้องหอของสาวเจ้าไป โดยไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองสามสาวจอมซ่าห์ ที่ตอนนี้นั่งก้มหน้า  ทำตาปริบๆ มองอาจารย์ตาละห้อย แถมยังเอามือลูบท้องอย่างสำนึกผิดอีกนะ  แต่..หากอาจารย์จะเดินย้อนกลับมาดูใหม่หลังจากนั้นนะ  อาจารย์จะเห็นว่าไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้แน่นอน อิอิอิ สี่สาวต่างพากันนั่งหัวเราะงอหงาย  ทั้งขำ ทั้งสาแก่ใจ ที่เพื่อนไม่สามารถทำคะแนนสงสาร นำหน้าพวกเราได้ ฮ้าๆๆๆ คริๆๆๆๆ
 ส่วนเจ้าเจี๊ยบก็นั่งซึมเป็นนกอีแร้งติดเชื้อไข้หวัดนกไปเลยอ่ะดิ มันนั่งหน้างอง้ำ  ดำ  เครียด ! คะแน้น  คะแนน  คะแน้น คะแนน แล้วก็ยังจะ  คะแนน หดอีกแย้วตู  ฮือๆ แงๆๆ ไอ้เคียร์นะไอ้เคียร์ ตูอุตส่าห์หอบหิ้วขนมมาจากเมืองนนท์ ก็เพราะเพียงเพื่อคะแนน สงสารจากอาจารย์โหด  กระซิ๊กๆๆๆ แกทามฉานด้าย  พวกแกนะพวกแก ทามมายถึงทามกาบฉานด้ายยยยย แงๆๆๆๆ พรุ่งนี้ พวกแกต้องมาชำระความกาบฉานนะ  แต่วันนี้ฉานฝากไว้ก่อนนะย๊ะ ยังไม่ต้องรีบเอามันออกมานะแก  เหม็นว๊ะ ฮ้าๆๆๆๆๆ  
        เช้าวันต่อมา  สิ่งที่ทำลงไปได้เห็นผลทันตา โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาจากศาลสถิตยุติธรรม มาเป็นตัวช่วยตัดสินคดีความให้ยุ่งยากสลับซับซ้อน แถมเสียเวลาทำมาหารับประทาน  สี่สาวหน้าตาซีดเซียว ต่างก็เอามือกุมท้องร้องโอ๊ยๆ เจ้าเจี๊ยบเห็นดังนั้นก็ลืมความโกธร ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่เล็ก ๆ ในใจ  เธอตกใจในภาพที่เห็นเบื้องหน้า จึงร้องถามเพื่อนหน้าตาตื่นว่า
            เฮ้ย  พวกแก เปงรัยไป ทำมัยเป็นกันแบบนี้ ?
            ฮือ ๆๆ ๆ ก็เพราะทุเรียนกวนของแกอ่ะดิ  ฉานวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งคืนเลย นี่หากไม่ติดสอบนะแก จ้างให้ฉานก็ไม่มาหรอกนะ ฮือ ๆ เพราะทุเรียนกวนของแกแท้ ๆ เชียวฮือๆ  
สี่สาวต่างก็เอามือกุมท้อง ปิดตูด วิ่งแนบกลับไปเข้าห้องน้ำกันอีกครั้ง และอีกครั้ง  พวกเราวิ่งสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทั้งวัน  ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะออกมา ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยเลย และเรื่องนี้พวกเราขอสาบานเป็นคำสัตย์ว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป เราจะไม่กินของฟรี ไม่เห็นแก่ของฟรีโดยที่เจ้าของเค้ายังไม่หยิบยื่นให้ เอ๊ะ ถึงให้มานก็ขะรี้ แตกอยู่ดีนะเครอะ แท้ทีจริงอาจารย์น่าจะขอบใจพวกเราตังหาก ว่าม๊ะ ? คริๆๆๆ จบแล้วจร้า
 
Tags: พวกเราสาวซ่าห์
ผู้ชม (50)    แสดงความคิดเห็น (2)

6 มิ.ย. 2551 12:43:13


                          ความรักเอย...
ความเอ๋ย ความรัก ยากนักจะรู้ แท้จริงแล้วเจ้าเป็นดังเช่นไร

 สุขไฉนหรือ ว่าเศร้า  เหงาทุกข์ตรม...อยากรู้จัง เฮ้อ.!...

    หวัดดีคร้า อะฮั้นชื่อ นางสาว มาเคียร์  ฟอร์ริส ค่ะ อายุ 18 ปีสาวสวย

รวย (พอประมาณ ) คริๆๆๆ อะฮั้นยังไม่มีแฟนนะเครอะ


แหมมมม แม๊มมมมม ! ก็หามานอยู่นี่ล่ะ ม่าย... รู้เค้าหากันแบบไหนเราอ่ะนะหา

มาเป็นชาติแระก็ยังหาม่ายเจอเลยอ่ะ หุ หุ ดูดิหาแฟน มาเกี่ยวแขนควงคู่

ดูดู้ดู หามาต้างแต่สมัยเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น ยัน ม.ปลายนี่ก็ปีนขึ้นไปเรียน ระดับ

 มหาลัย  ปี 2 แระยังหาแฟนไม่ได้ซ๊ากกะคน ฮึ ! ! !

 หางัย ก็หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าเนื้อคู่มานปายมุดหัวอยู่ซะที่ไหนอ่ะอิ ! เห่อๆๆๆ 

ใคร ๆ ที่เคยพบหน้า พูดคุยกะเรา พอเจอหน้าปุ๊บ ก็ว่าเราหน้าตาน่าเอ็นดู สวย

รวย  แถมยังจะพกพาเอาความน่ารัก น่าทะนุถนอมมาอีกแน๊ะรูปร่างงี้

สูงโปร่ง หุ่นเช้งกระเด๊ะเลยนะ  การแต่งเนื้อแต่งตัวก็ดูดีมีสไตล์อะไรมาน

จะมาเพอร์เฟ็กซะขนาดนั้น แต่ก็ยังหาแฟนกะเค้าไม่ได้อิ เพื่อนมันเคย

บอกเราว่าเราเนี๊ยะนะเป็นคนมากเรื่อง คนโน้นก็ไม่ดี คนนี้ก็ไม่เอา

ไม่สะเป๊ก ไม่ถูกชะตา ม่ายยย ....ถูกใจ  แถมมันยังว่าให้เจ็บปวดไปถึง

กระดองใจข้างในฤดีแดอีกนะ! 

  คนอย่างแก.!!!..ใครคบหามาเป็นแฟนละก็ แม่งซวยทั้งชาติ ! ไอ้ผู้ชาย

หน้าโง่คนนั้นคงจะตาบอดหรือไม่ก็คงโง่เต็มทีปากจัดซะจนแดกไม่ลงแบบนี้ !

ฉัน ไม่เอามาทำเป็นแม่พันธุ์หร๊อก ! แกต้องปรับปรุงตัวนะโว้ยเผื่อบุญมา

วาสนาส่ง ฉันอาจตัดสินใจหันมาจีบแกอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ฮ้าๆๆ

นี่คือคำสบประมาทของไอ้ผู้ชายที่ชื่อ กรวิทย์ ฯ 

 ที่มานบังอาจมายืน ตะคอกเสียงดัง ใส่เต็มรูหูท้างสอง

ข้างของเราเลยอ่ะ ไอ้กร นอกจากมันจะไม่หล่อแล้ว

 มันยังมีปากสุนัขติดตัวมาด้วยอ่ะ  แถมแม่งงง ตายังถั่วอีกตังหาก! ฮึ ! ดูสิ

 มองเห็นสาวสวยรวยทรัพย์ อย่างเราไม่น่าคบหามาเป็นแฟนได้งัยนะ ฮึ่มๆไอ้กร

 นะ ไอ้กร ตาต่ำซะไม่มีอ่ะ !  เจ้ามนุษย์ปากเหม็น(กร ทัพพี) มันเป็นเพื่อน

ของเราต้าง..แต่สมัยเรียน ม.ต้น ยันม.ปลาย มาด้วยกัน ไอ้นี่มันเคยมาจีบเรา

ตอนอยู่ ม.ต้น แล้วล่ะ พอเรียน ม.ปลาย (สายวิทย์) มันเริ่มถอย เพราะเจอ

กะน้องแอมมี่ ฯ สาวสวยสายศิลป์ ฝรั่งเศส เธอเข้ามาเรียน ม.4 ในขณะที่พวกเรา

เรียนอยู่ ชั้น ม.6  ไอ้นี่มัน เฝ้าตามตื้อ ตามจีบ เวียนรับ เวียนส่ง จนน้องเค้า

ใจอ่อนยอมเป็นแฟนมัน เราก็เลยกินแห้ว อิอิอิ (ดัดจริตเล่นตัวดีนัก คริๆๆๆ) 

คิดว่า เราคงจะ หมดเวร หมดกรรมต่อกัน คงไม่ต้องเจอะต้องเจอกับมันอีก

 แต่...ที่ไหนได้ มันก็ยังอุตส่าห์ติดสอยห้อยตามมาเรียนในระดับ มหาลัย

 ด้วยกันเลยนะ มันเอน ฯ ติด วิศวะ โยธา ฯ สถาบันเดียวกันกะเรา วัน ๆ มันคอย

 แต่จะพูดกวนTeen คนอื่นเขาไปทั่ว ไม่ว่าใครหรือรุ่นพี่คนไหนก็ตามที่

ทำท่าจะมาจีบเรา มันก็คอยขวาง  เป็นสุนัขหวงก้าง ทั้ง ๆที่มันก็มีน้องแอมมี่

 สาวสวย ม.6 รร.เดิม อยู่เคียงข้าง  แถมยังทำเรื่องให้เราปวดหมองอีกนะ

  แต่ก็ซ่างมันเหอะอย่างน้อย เจ้ากรมันก็ยังเป็นเพื่อน (ผู้ชาย) คนหนึ่ง

ของเรา อ่ะดิ เห่อๆๆ (ยิ่งหายากอยู่ อิอิอิ)ละก็คงเพราะความเป็นเพื่อนกัน

อ่ะนะ ไม่รู้ว่ามานจาเปงเพื่อนแบบไหน วัน ๆ มันสามารถทำให้เราปวดหมองแทบ

บ้ามันหาเรื่องทำให้คนอื่นต้องเข้าใจผิด คิดผิด  หาว่าเราเป็นอะไรที่มันไม่ใช่

กับคนหนึ่งคนหนึ่งใจ หนึ่งความคิด หนึ่งความรู้สึก กว่าเราจะตามไปปรับความ

 เข้าใจกันได้ แทบบ้าตาย  แม่งงงงง...มันน่านักไอ้นี่  ! มาวางยาเราด้ายยยย !! 


หลังจากที่พวกเรา ชาวสีม่วง - ขาว พากันลากสังขารไปรับน้องปี 1  

ที่สถานีรถไฟแล้ว  เราก็พาน้อง ๆ เข้าบ้าน เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากมาย

น้อง ๆ น่ารักกันแทบทุกคน มีน้องคนหนึ่งมองเราแบบแปลก ๆ มองแล้วยิ้ม

 ยิ้มจนตาหยี  เรามองไปแล้วยิ้มตอบ อืม...เทอก็สวย ขาว  น่ารักดีเนาะหลัง

จากนั้นเรา ก็มักจะแวะเวียน ไป มหาลัย บ่อยขึ้น และบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ  ก็มันมี

เรื่องบังเอิญ ที่จะต้องไปนี่นา  แบบว่าไปหาเพื่อนที่หอพักหญิงอาคาร 2

 หรือไม่ก็ไปหาหนังสือ ที่ห้องสมุดมาอ่าน เราก็ทำแบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่นา

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด อะไรเลยหากไม่มีเรื่องที่เราเองก็คิดไม่ถึง น้องน่ารัก

คนนั้นอ่ะดิ ทำให้เรา ตั้งตัวไม่ติด คิดไม่ตก ว่าเราควรจะทำอย่างไรดี ? อยู่แบบไหน ?

 อืม.. นี่ก็หลายวันแล้วนะ ที่เราต้องคอยตั้งหน้าตั้งตาหนี... หนีจนไม่รุจะหนี

ไปทางไหนแล้วอ่ะดิ 

        เคียร์ ๆ มีคนฝากช่อดอกไม้นี่มาให้แกอ่ะ ห้อม - หอม ไม่รุไอ้

หนุ่มหน้าโง่คนไหนฝากมาให้แกนะ อิอิอิ ” ยัยโบว์พูด แล้วทำท่ายักคิ้ว

หลิ่วตา ล้อเลียน แกล้งเราอีก เรารีบรับมาถือไว้ ด้วยใจที่พองโต

      ครายว๊ะ ? ใครมานจะหน้าโง่ปานนั้น คงตาบอดแหง๋ ๆ ถึงกล้าฝากดอก

กุหลาบแสนสวย มาให้สาวหน้าทุเรศ ๆ แถมทะลึ่ง อย่างแกอ่ะ

 ยัยหนิง พูดสนับสนุนเพื่อน ต่างช่วยกันหัวเราะเยาะเย้ยเราพอหัวเราะจน

สะใจมันก็แย่งกันแขย่งดูป้าย แล้วอ่านข้อความที่ติดมากับช่อดอกไม้ช่อนั้น

    ฝากให้พี่เคียร์ผู้น่ารักของจอยค่ะ... อืมใครว๊ะ ไม่ใช่ผู้ชายนี่หว่า

คริๆๆๆ  แหมปีชาติ แม่ง..ไม่เคยเห็นมีใครเอาดอกไม้แสนสวยแบบนี้มาให้

แกนี่หว่า ดูดิ วันปีใหม่ก็แล้ว วันแห่งความรักก็แล้ว วันคล้ายวันเกิดก็แล้ว

ฉันเห็นแกรอหง่าวแทบทุกปีเลย ฮ้าๆ  เอ หรือว่าคราวนี้มันจะมาแล้วอ่ะ 

ฟามรักของแกอ่ะ  หึหึ คงใช่แล้ว  ยัยเคียร์เอ้ยยยยย แกเจอแล้ว อิอิ 

 ยัยโบว์ กะยัยหนิง ต่างพากันหัวเราะเยาะเย้ยเรา  แหมม.. มันซ่างเป็นเพื่อน

ที่ดีกันซะจริง จริ้ง

 “อืม..ชื่อรัยว๊ะ ! จิรวดี - จอย ครายอ่ะ ? เราพลิกแผ่นกระดาษ

สีขาว มีลวดลายหยักเป็นริ้วสวยงาม แถมมีกลิ่นหอมเหมือนการ์ดแต่งงาน

 เขียนข้อความด้วยลายมือโยกเยกโย้เย้ไปมาอย่างกะเด็ก ๆ เรามองอย่างสงสัย

 แล้วเงยหน้าขึ้นถามเพื่อนรักว่า

"เออ...แล้วแกเอาไอ้ดอกช่อนี้ มาจากไหนย๊ะ ! ? ใครฝากมา ?  

  เราก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่นุ เอามาให้เรา และบอกว่ามีคนฝากมาให้แกอ่ะ เค้า

รอแกตั้งนานไม่เห็นแกโผล่มาเค้าเลยฝากไว้นี่แหละ อืม ๆไม่เป็นไร คงเป็นรุ่น

น้องอ่ะเรากำลังก้มหน้าจะสูดดมความหอมของช่อกุหลาบแสนสวยช่อนั้น

 พลันสายตาบังเอิญมองไปเจอะกะสายตาอีกคู่หนึ่ง ที่มองมาทางเราดวงตา

หวานฉ่ำเธอยิ้มละไม แก้มบุ๋ม ขาว สวย หม๋วย จ๋า  อึ้อ อึอซีดส์ส์ สวยจัง สวยจริงๆ

เรามองไปอย่างตกตะลึงตาค้าง 


 

Tags: ฤทธิ์กามเทพ
ผู้ชม (76)    แสดงความคิดเห็น (2)

6 มิ.ย. 2551 12:39:30


                                    กามเทพเล่นกล
 ก็น้องคนนั้นอ่ะดิ น้องคนที่เราเจอที่สถานีรถไฟไง
เธอมองเราแบบแปลกๆ

และมองแบบนี้มาหลายครั้งแล้วนะแทบจะทุกครั้งที่เรามาหาเพื่อนที่หอพักหญิงนี่ ! 

 เธอจะคอยเฝ้าติดตามแอบมองเราจนเรารู้สึกได้

  โบว์ ฉันฝากนี่ไว้เดี๋ยว ขอไปหาน้องเค้าแป๊บๆ นะ  

 จากนั้นเราก็เดินตรงรี่เข้าไปหาน้องเค้าแหม ดูสิ ! เธออุตส่าห์มีไมตรีและน่ารักออกแบบนี้จะไม่เข้าไปทักทายได้ไงล่ะจ๊ะ แถมยังมีอะไรที่ค้างคาใจแปลก ๆ ที่เราเองก็อยากรู้ว่าน้องเค้ามีอะไรกับเราหรือเปล่าคงไม่กล้าเข้ามาพูดคุยกะเราอ่ะนะ 

  หวัดดีค่ะ พี่ชื่อ มาเคียร์ นะคะ น้องชื่อรัยคะมาจากไหนเอ่ย เรียนคณะรัย Mass  com  

รือว่า  คณะ  มนุษย์ ฯ ล่ะ ?              

  น้อง ชื่อ จิรวดี - จอยค่ะ น้องเรียน มนุษย์ ฯ ฝรั่งเศส มาจาก จ.ลพบุรีค่ะพี่เคียร์ น่ารักที่สุดเลย

จอยเห็นพี่ครั้งแรกก็ปิ้ง ๆ เลยนะคะจอยช๊อบชอบพี่อ่ะคร้าจอยมานั่งรอพี่เคียร์ทุกวันเลยนะดอกงี้เหี่ยวไปหลายช่อเลยล่ะก็ไม่เห็นพี่มาสักกะที อืม พี่เคียร์ พักที่ไหนคะ มาพักด้วยกันที่หอนี้สิคะพี่มาเป็น Buddy จอยนะคะ 

อ๋อ ..คงไม่หล่ะจร้า ตอนนี้พี่พักที่บ้านแล้วอ่ะ ออกนอก ม.ไปอีกนิดเดียวเองก็ถึงบ้านพี่แระ

  เราเผลอพูดออกไป ก็แหมเธอชวนเราหน้าตาเฉยนี่นา ไอ้ที่กะว่าจะไปถามอะไร ๆ ให้มากกว่านี้จำต้องหยุด ก็แหมหล่อนเล่นจับมือเราไปกอดไว้กับอกนิ่มๆ ของหล่อนเลยนี่นา กอด และกดลงตรงนั้น เราใจสั่นระรัวเต้นไม่เป็นจังหวะเลยอ่ะดิ คริๆๆ เราเริ่มสับสนตัวเองล่ะเอ๊ะนี่เราเป็นรัยไปนิ หรือว่าเรา...อ่า เฮ้ย ! ไม่ใช่นะไม่ใช่โดยเด็ดขาด  แหมมแม๊ะ...ก็เพิ่งแอบชอบผู้ชายคนนั้นไปแม๊มๆ นี่นา อิอิอิอิ

อืมพี่ต้องขอตัวก่อนนะคะ พี่กะเพื่อน ๆ จะไปห้องสมุดอ่ะค่ะพี่ไปก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ !

พูดจบเราก็รีบเดินลิ่ว ๆ ไปหากลุ่มเพื่อนที่รออยู่ แต่


อุย พี่เคียร์ พี่เคียร์จะไปห้องสมุดเหรอคะ งั้น จอยขอไปด้วยคนสิคะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่จอยยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยอ่ะ ยิ่งห้องสมุดนี่จอยก็ยังไม่เคยไปเลยอ่ะ  พี่เคียร์ จอยไปด้วยคน นะคะ  น่า นะ "

  อ่าว ... แล้วเพื่อนเธอไม่มีหรอกเหรอจ๊ะ พี่ไปกันหลายที่กว่าจะกลับเข้า ม.อีกทีก็คงเย็น ๆ โน้นแหละ  

 เรารีบหาทางปฏิเสธ แต่เพื่อน ๆ ของเราอ่ะดิ มาแอบยืนข้างๆ เราตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพื่อน ๆ ต่างเห็นดีเห็นงามพากันสนับสนุนให้น้องจอยไปด้วย คงจะสงสารน้องเค้าที่ยังไม่มีเพื่อนอ่ะนะ สุดท้ายเราก็ต้องหอบกระเต็งเอาน้องจอยไปด้วยอ่ะดิ  แถมพอรู้ว่าได้ไปด้วย เธอแสดงความดีใจจนออกนอกหน้าเหมือนเด็ก ๆ  หล่อนวิ่งจุ๊ดปุ๊ดปร๊าดขึ้นไปนั่งด้านหน้า คู่กะเราอีกแน๊ะเพื่อนรักเลยต้องไปนั่งกอง กันอยู่ด้านหลัง ทั้งสามคนพอรถเคลื่อนออกจากที่หล่อนก็ค้นหาอะไร ต่อมิอะไร ในเก๊ะหน้ารถของเรา แบบถือวิสาสะ คอยจับโน่น จับนี่ดูวุ่นวายไปหมด พอค้นเจอ ซ๊อกโกเลตเวเฟอร์ ที่เรามักจะมีติดรถอยู่เสมอ หล่อนก็แกะออกจากห่อ แล้วนำมาป้อนเรา อืม ..ก็น่ารักดีเน๊าะ !

อ่ำ ๆ พี่เคึยร์ คนดี๊ คนดี  ทานสิคะ ! ”

คนน่ารักแบบนี้ป้อน ไม่กินก็ดูกระไร เราจึงต้องคอยงับ แล้วเคี้ยวจนหมดห่อใหญ่เลยอ่ะดิ อิอิอิ

 พอเงยหน้าไปมองกระจกส่องหลัง เราเห็นเพื่อนอีกสามสาวมองมาอย่างหมั่นไส้มันเริ่มมีอาการบาดตาบาดใจกันบ้างล่ะทีนี้ เห่อๆๆ อิจฉาคนน่ารักอ่ะแถมมีคนคอยป้อนอิ 

น้อง จอยจ๊ะ ขอพี่ ๆ กินบ้างสิจ๊ะ พี่ยังไม่ได้กินเลยนะนั่น ไอ้เคียร์ซ๊อกโกแลตนั่นฉานกะไอ้หนิงจ่ายตังค์ซื้อนะโว้ย ไม่ใช่ของ แก!

 ยัยโบว์ พูดขึ้นมาอย่างเหลืออดเหลือทน เราจึงแกล้งหลิ่วตาเชิงยั่วยวนกวนโทสะคนเล่นแกพูดผิดหรือป่าวย๊ะ นี่มานของฉันนะย๊ะ อย่ามามั่ว ตลอดสองสัปดาห์ เราอยู่ที่ไหนก็มักจะมีน้องจอยเข้า มาอยู่แทรกตรงกลางระหว่างพวกเราเสมอ จนเพื่อน ๆ สี่สาวของเราเริ่มบ่น แก้ง 5 สาวซ่า กลายเป็น 5 สาวเซ็ง พวกเราเริ่มเซ็งต่อพฤติกรรมน้องใหม่ ที่เฝ้าเกาะเราเป็นปลิงแบบนี้ความอึดอัดของเพื่อน ๆ เริ่มมีมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ วันหนึ่งยัยหนิง แอบไปสืบรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับน้องจอย  ก็...แหมแม๊ะไอ้เรื่องการสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านนี่นะ มานเป็นเรื่องที่ถนัดของพวกเราแถมอนาคดข้างหน้า มานจะเป็นหน้าที่ของสื่ออย่างพวกเราด้วยอ่ะดิ อิอิอิเธอจึงมาเล่าให้เราฟังว่า

  แกเชื่อมั้ย ไอ้เคียร์ ยัยจอยนี่นะมานเป็นลูกพี่ ลูกน้องกะไอ้กรวิทย์ อ่ะแก คริๆๆๆๆ ไอ้เจ้ากร ฯ มานบอกน้องเค้าว่าแกเป็นทอม, เป็นเบี้ยนส์ ชอบผู้หญิงด้วยกันอ่ะดิ !แล้วก็บังเอิญ ยัยนั่นมานเป็นดี้ เลยชอบผู้หญิงแบบแกอ่ะ ยัยจอยมันเป็นดี้นะแกฮ้าๆๆๆ เนื้อคู่แกมาเกิดแว้ววว ไอ้เคียร์ ฮ้าๆๆ แหม..ทำหน้าโคตร งง โง้ง........เลย ฮ้าๆๆๆๆ น่าขำ  ฮ้าๆๆๆๆๆ ดูดิหน้าแกตอนนี้นะ เหมือนหมาสง สัยเลยอ่ะแก คริๆๆๆฮ้าๆๆๆๆๆ   

 ยัยหนิงเล่าไปหัวเราะไป เราฉุนเพื่อนที่ชื่อไอ้เจ้ากรวิทย์ฯ ปากเสีย ไอ้กร นะไอ้กร วันนี้มึงตายแน่ ๆ อย่าให้ได้พบเจอนะมึง กรูเอามึงตายแน่ฮึ !

อบ่ายเราต้องเข้าเรียนวิชา Eng ขณะที่เรากำลังเดินไปเข้าห้องเรียนนายกร ฯ ก็เดินมาขวางหน้าเราไว้แล้วส่งยิ้มเข้ามาทักทายมันทำท่าเหมือนกับจะขำอะไรบางอย่างแต่มานก็แกล้งตีหน้าตาย ไม่รู้ไม่ชี้แทน

งัยว๊ะเคียร์  เค้าเม้าท์กันว่าเธอ กะ น้องจอย เป็นแฟนกันหรอ ?

 เรามองมันอย่างขุ่นเคือง หากกระโดดกัดมันได้ ไอ้กรเละแน่ นี่ดีนะที่อากาศช่วงนี้ไม่ค่อยร้อน โรคพิษสุนัขบ้าในตัวเรามานหดหายไปบ้างแระไม่งั้นไอ้กร ! มึงตายแน่! เราต้องคอยบังคับความโมโห แล้วพูดขึ้นมา เบา ๆ แทบเป็นเสียงกระซิบว่า

ไอ้กร มึงนี่ปากหมาดีนะ มึงบอกน้องจอยใช่ไหมว่าฉานเป็นทอม ?  น้องจอยมันถึงเกาะติดฉันแจ นี่หากแกคิดว่าฉันยังเป็นเพื่อนของแกนะ แกไปบอกน้องเค้าด้วย ว่าฉันไม่ใช่ทอม ไม่ใช่เปี้ยนส์ อย่างที่น้องเค้าคิดนะ ฉันรักผู้ชายนะโว๊ยไอ้บ่า!!!!

  ห๊า ห๊า แกว่ารัยนะ ฉันฟังไม่ถนัด หน้าอย่างแกเนี๊ยะนะรักผู้ชายเป็นห๊า ? 


 

Tags: ฤทธิ์กามเทพ
ผู้ชม (40)    แสดงความคิดเห็น (1)

6 มิ.ย. 2551 12:36:15


                                            กับความรู้สึก
แค่นั้นแหละ ไอ้กรกระโดดเหย็ง ๆ ดิ้นเป็นหมาถูกน้ำร้อนลวกไปเลยอ่ะคร้า อิอิอิมันระล่ำระลัก ถามเราปากคอสั่นว่า  

  อะ อะ แก เนี๊ยะนะ รักผู้ชาย  ครายว๊ะ ครายมานมาชุบมือเปิบฉานอุตส่าห์เฝ้าง้อ  เฝ้าตามจีบแก จนปากแทบจะแบนเป็นแผ่นกระดาษอยู่นี่ไม่เห็นแกจามาสนใจใยดีอะไรฉานเลย  ครายว๊ะ ?  ใครมานจะมาซวยปานนั้น  ห๊า ห๊า บอกมานะ !!!! ฉานอุตส่าห์ยอมซวย ดั้นไม่สนใจ ไอ้เคียร์ แกบอกมาเดี๋ยวนี้นะ  บอกมาดี ๆ ไม่งั้นเป็นเรื่อง ! แงๆ  

 มันเริ่มกวนอารมณ์ กับสิ่งที่อยู่เบื้องล่างสุดของร่างกายเราอีกแระ กวนอย่างไม่ต้อง สงสัย แต่ก็แอบปลื้มอยู่ในใจลึก ๆ นะที่มีคนแอบชอบ

  อย่ามาพูดปากสุนัข ๆ กวน Teen แบบนี้นะแก มันเป็นงัยหากฉันจะรักใครสักคน  มันหนักหัวกะบานแกหรอ ? อืม ๆ  ฉันก็มีหัวใจนะโว๊ยแกรักเป็นคนเดียวหรืองัยย๊ะ ? ห๊า ! ”

  กรรม เวร เห็นมั้ย ฉันบอกแกแล้ว ว่าแกจะต้องมีความรักเข้าสักวัน เห่อๆๆ แกจะต้องอกหัก  อกหัก เหมือนฉาน สมน้ำหน้า เล่นตัวดีนัก ฮ้าๆสะใจจริง จริ้ง ฮ้าๆๆๆๆ ไอ้เคียร์มีฟามรัก ฮ้าๆๆๆ

       ไอ้กร ฯ พูดไม่พูดป่าว มานหัวเราะงอหงายมานคงเปงบ้าไปแล้วอ่ะ เรามองมันอย่างปลง ๆ จากนั้นมันก็พาร่างกาย อันน่าตึ๊บเดินจากไป  และบัดนี้เราก็เพิ่งคิดได้ว่าอย่างน้อยเราก็เป็นผู้หญิงเต็ม 100 % ซะที เรามีความรักเกิดขึ้นในหัวใจอันน้อย ๆ แล้วมันยังคงพอมีความหวัง และยังคงพอมีเวลาหารักอีกตั้งสองปีแน๊ะกว่าจะอายุ 20 ที่คิดไว้ว่าจะขอมีแควนเกี่ยวแขนควงเดินเหมือนอย่างใคร ๆ เขาบ้าง อิอิอิ แต่เมินซะเถอะสำหรับนายกร ฯ ไม่รักก็คือไม่รัก เสียใจ ด้วยเพื่อน อิอิอิ  เราเพื่อนกานนะ

    จากนั้นไม่นาน เราก็พบกับน้องจอย เธอทำหน้าเจื่อน ๆ เวลาเจอกัน เราต้องขอโทษที่ทำให้น้องเค้าคิดแบบนั้น เราบอกกับน้องเค้าว่าความจริงแล้ว พวกพี่ ๆ เป็นแบบนี้เอง กระโดกกระดาก ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้ดี กิริยา มารยาทก็แสนจะแย่ แต่ก็ใช่ว่าพี่จะเป็นทอม หรือเบี้ยนส์อะไรเลยนะ พี่รักผู้ชายนะ แต่ยังไม่มีแฟนก็แค่นั้นเอง อิ !   น้องเค้าฟังอย่างเข้าใจ  แต่เราก็แอบเห็นน้ำตาของเธอนะมันช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องทำแบบนี้หากว่าเรายังคบกั