...วินมาถึงโต๊ะอาหาร ที่มีทั้งคาว หวาน วางอยู่3-4อย่าง วินเป็นคนไม่เรื่องมาก กับเรื่องอาหารการกิน อะไรที่แม่บ้านจัดไว้ให้ วินทานได้หมด วินนั่งทานอาหารไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ตาก็มองไปรอบๆโต๊ะอาหาร ที่มีเก้าอี้ว่างอีก 4 ตัว มันว่างมานานแล้ว นานจนวินเลิกล้มความคิดที่จะรอว่า สักวัน คงมีใครมานั่งทานข้าวเป็นเพื่อนวินสักมื้อ...
แล้วก็มาถึง...วันที่วินต้องจากเมืองเหนือ เข้าสู่เมืองหลวง กรุงเทพฯ
การเริ่มปี 1 ที่รั้วมหาลัยมีชื่อ กับการดําเนินชีวิตในเมืองกรุงของวิน ไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกของวินเท่าไหร่นัก เพราะพ่อได้จัดการเรื่องที่พักไว้แล้ว วินได้เงินใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละ 15000บาท ส่วนค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน หรือค่าจิปาถะทั้งหลาย พ่อจะจ่ายให้ต่างหาก
ชีวิตของวินในเมืองกรุง ก็ยังดําเนินไปคนเดียว ยังทานข้าวคนเดียวเหมือนเดิม ส่วนประโยคยอดฮิตของพ่อ "พ่อโอนเงินแล้วนะ" วินจะได้ยินทุกๆสิ้นเดือน ทางโทรศัพย์ จนบางครั้งอยากจะปิดสายเอาดื้อๆ แต่ก็ทําไม่ได้ เพราะลึกๆแล้ว วินยังต้องการพ่ออยู่ แม้จะแค่เสียงที่พ่อจะโทรมาเดือนละครั้ง..ก็ยังดี
ชีวิตของวินดําเนินไปอย่างปกติแบบเหงาๆ จนวันหนึ่ง หลังจากที่วินกลับจาก มหาลัยตอนเย็น ขณะที่วินกําลังไขกุญแจเข้าห้อง วินก็เห็นผู้ชายดูภูมิฐาน ยืนอยู่หน้าห้อง ซึ่งติดกับห้องของวิน เขามองมาที่วิน พร้อมยิ้มให้วินอย่างเป็นมิตร วินยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน เขาเอ่ยปากถามวินด้วยวาจาที่สุภาพน่าคุย..
...."อยู่ห้องนี้เหรอครับน้อง"...."ครับ"..
..วินพยักหน้า..
พบกันใหม่วันอังคารค่ะ
.......................เพลงผ้า....................