' I Am nUT
Contact Card

i WannA LovE yOU

---------------------------------

ในความมืดมน ความหวังเหมือนไฟที่ส่องมา
แต่ใจที่ฉันมี..กับอ่อนล้า ยิ่งเฝ้ารอมันก็ยิ่งเหน็บหนาว
อีกเนิ่นนานสักเท่าไหร่
ที่ใจจะของฉันจะไม่ปวดร้าว..
ไม่ทุกข์ทน ไม่ทรมาณ

กลับมาที่เดิม ก็ทั้งที่รู้
ว่าตรงนี้ มันก็ไม่เหลือใคร
ความหวังโง่ ๆ ยังทำให้ฉันต้องรอต่อไป
ก็ทั้งที่มันแสนเลื่อนลอย

' I Am nUT
เพศ ชาย
เข้าระบบล่าสุด 21-09-2008 22:56:58
กรุงเทพมหานคร | ไทย
ติดต่อ ' I Am nUT ที่นี่เลย
น่าสนใจ
 


Blog Tags
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ทั้งหมด ()
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet วันวาเลนไทน์ (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ความตาย (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet เนื้อเพลง ใจละเมอ (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet สอนงานโฟล์คอาร์ต (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ไดอารี่สีแดง (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ขำขัน2 (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ฮาๆ แบบทะลึ่งนิโหน่ยยย (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet หนาว เหงา หวง เหม่อ..... (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet I wanNa loVE You.... (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet thaitanium (1)



Blog    
บล็อค ทั้งหมดของ ' I Am nUT
30 ม.ค. 2550 11:16:06

1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา

3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นแต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่เปิดไว้รอ

6. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกัน อย่างประทับใจที่สุด

7. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง

9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

10. อย่าบอกลาถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจ

11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

14. มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขา มาจากความฝันเพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น
15. ฝันถึงสิ่งที่คุณต้องการฝันไปในที่ที่คุณต้องการไปเป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ

16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุข

19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่ามันเป็นเพียงภาพสะท้อนของตัวเรา ที่ปรากฏในพวกเขา

20. คนที่มีความสุขที่สุดไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่ พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่า-ของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิต

22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่แสนเจ็บปวด คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

25. ความรักก็เหมือนกับการเสี่ยง คุณอาจจะต้องพบกับความล้มเหลว แต่ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อาจจะต้องพบกับความล้มเหลวตลอดไป

26. ความรัก มักเหมือนแก้วบาง ถ้าหากคุณมือหนัก แก้วที่คุณถือ ก็อาจจะต้องแตกร้าวทุกครั้งที่คุณใช้มัน

27. ความรัก ง่ายที่เราจะหามัน แต่ยากที่จะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

28. ความรัก เป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะรักษามันไว้กับใจ หากคนทั้งคู่ ไม่ โง่...
Tags: ความรัก
ผู้ชม (280)    แสดงความคิดเห็น (1)

23 ม.ค. 2550 09:24:42

เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆ เซ็งๆๆๆๆๆๆๆๆ ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย พอดีไปอ่านมา ฮาดี ก้อเลยเอามาฝากน่ะ ใครชอบก้อโหวตด้วย  ใครไม่โหวตกุโกรธนะว้อยยยยยยยยยยยย    แล้วจะหามาให้อ่านอีกเยอะๆ จ้า ไปละ บะบาย  

ทหารใหม่

เมื่อทหารเกณฑ์ เข้าใหม่ต้องเข้ารายงานตัว เมื่อถึงกองร้อยแล้ว สิบเอกท่านหนึ่งก็เป่านกหวีดเรียกแถว พร้อมกับจะถามพื้นเพเดิมของทหารใหม่แต่ละคนว่ามีนิสัยใจคออย่างไรบ้าง หรือว่าชอบหรือไม่ชอบ สิ่งใดก่อนที่จะมีการฝึกในโอกาสต่อไป
นายสิบ ทั้งหมดแถวตรง ใครขี้ยา ไปอยู่ทางซ้าย ใครขี้เหล้าไปอยู่ทางขวา ทั้งหมดปฎิบัติ

ทหารใหม่ทุกคนต่างก็แยกย้ายไปตามที่หมู่กำหนดจุดให้ แต่มีทหารใหม่อยู่คนหนึ่งยืนเก้ๆ กังอยู่ และก็ไม่ไปเข้ากลุ่มใหนสักที่
นายสิบ เองขี้อะไรว๊ะ ทำใมจึงไม่เข้ากลุ่มสักที
ทหารใหม่กระซิบ ผมขี้เอาครับ
นายสิบ เออดีแล้ว.... มายืนต่อท้ายกูนี่ แล้วก็ไม่บอก

ตายดีก่า

ยายแก่อายุ 90 ปีอยู่คนหนึ่ง คิดมาก เนื่องจากไม่มีลูกหลานมาคอยดูแล
แกเลยคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะตายแบบไหน
ถ้ากระโดดตึกตายก็กลัวเดินขึ้นบรรไดไม่ไหว และก็
กลัวความสูงด้วย ถ้าจะผูกคอตายก็มัดเชือกไม่เป็น
ก็เลยยิงตัวตายดีกว่า แกก็เลยจะจ่อยิงที่หัวใจเพราะ
จะได้ตายในทีเดียว แต่ไม่รู้ว่าหัวใจอยู่ตรงไหน ก็เลย
โทรไปถามคุณหมอว่าหัวใจอยู่ตรงไหน คุณหมอก็เลยบอกว่า
อยู่เลยหัวนมขึ้นมา 2 ซม. พอถามเสร็จก็เลยจัดการยิงตัวตาย
พอรุ่งขึ้นลูกหลานก็มากันเต็มบ้าน พอคุณหมอชันสูตรศพเสร็จ
ลูกชายก็เลยถามว่าแม่เป็นอะไรตาย คุณหมอก็บอกว่า
"อ๋อ แกยิง ตัวตายโดยการยิงหัวเข่า"

วิธีขจัดความเงียบสงัดในลิฟท์

ธรรมชาติประการหนึ่งของคนในลิฟท์คือ ทุกคนจะวางตัวเย่อหยิ่ง ไม่รู้จัก
ไม่มองหน้ากัน
ไม่ยิ้มแย้ม ตาจ้องที่เลขบอกชั้น บรรยากาศยะเยือกเหมือนเกิดสงครามเย็น
แต่คุณอาจเปลี่ยนแปลงมันได้โดย
1. สั่งขี้มูกใส่ผ้าเช็ดหน้า ส่งให้คนรอบๆ ดู ถามว่า "ขี้มูกสีนี้มีเชื้อไหมครับ?"
2. กรณีที่ขึ้นหลายชั้น แกว่งตัวไปมาให้ลิฟท์โยกเยก พลางร้อง " ฮุยเลฮุย "
3. แจกนามบัตรและขอนามบัตร
4. ทำเสียงบึมทุกครั้งที่มีคนกดปุ่ม
5. จับมือคนที่เข้าใหม่ พลางพูดว่า " ยินดีต้อนรับ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ "
6. ร้อง " ติ๊งต่อง " ทุกครั้งที่ประตูปิด ( น่าจะเป็นเปิดมากกว่า ช่างเหอะ )
7. ไอแห้งๆ เป็นระยะ บ่นพึมพำว่ายาวัณโรคหมดหลายเดือนแล้ว
8. ยืนเงียบๆ ที่มุมในสุด หันหน้าชิดฝา ไม่ขยับร่างกาย พึมพำคาถา ไม่ต้องลงแม้ลิฟท์จะขึ้นสุดแล้ว
9. ผายลมต่อเนื่อง มองผู้หญิงข้างๆ แล้วยิ้ม
10. รำมวยไทเก็ก
11. พูดเสียงดังว่า " เอ๊ะ ปุ่มอะไร ? " แล้วกดปุ่มสีแดงที่เขียนว่าหยุดฉุกเฉิน
12. แง้มกระเป๋าถือ ชะโงกหน้าดูข้างใน พูดกับกระเป๋าว่า " คุณสบายดีไหม? อากาศในนั้นพอหายใจหรือเปล่า? เดี๋ยวก็ถึงแล้ว"
13. เข้าทรง

ยิ้มให้กันหน่อยน่า อย่างน้อยถามว่า ไปชั้นไหนคะ เป็นธุระกดลิฟท์ให้...ก็ยังดี

หลวงพ่อกับสาวบริสุทธ์

หญิงสาวอายุ 16 เข้าไปสารภาพผิดกับ บาทหลวง
หญิงสาว : หลวงพ่อขา เมื่อว่านี้หนูพูดคำไม่สุภาพกับผู้ชายคนหนึ่งค่ะ หนูด่าเขาว่า "ไอ้สารเลว" ค่ะ
บาทหลวง : ทำไมหนูถึงพูดจาแบบนั้นล่ะ
หญิงสาว : เขาจับมือหนูโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ
บาทหลวง : อย่างนี้เหรอ ( พูดแล้วก็จับมือหญิงสาว )
หญิงสาว : ใช่ค่ะ หลวงพ่อ
บาทหลวง : เรื่องแค่นี้ไม่น่าถึงกับต้องด่าเขานี่
หญิงสาว : แต่เขาจับหน้าอกหนูด้วยนะคะ หลวงพ่อ
บาทหลวง : อย่างนี้เหรอ ( พูดแล้วก็จับหน้าอกหญิงสาวด้วย )
หญิงสาว : ใช่ค่ะหลวงพ่อ แบบนี้เลยค่ะ
บาทหลวง : ก็ยังไม่มีเหตุผลพอที่จะด่าเขาอยู่ดีนั่นแหละ
หญิงสาว : นอกจากนั้นแล้ว เขายังถอดเสื้อผ้าหนูด้วยนะคะ
บาทหลวง : ( น้ำลายหก )อย่างนี้เหรอ (ว่าแล้วก็จัดแจงถอดเสื้อผ้าเธอ)
หญิงสาว : ใช่ค่ะหลวงพ่อ
บาทหลวง : ( แสร้งทำหน้าเครียด ) มันชักจะมากไปหน่อยแล้วนะ แต่หนู ก็ยังไม่ควรว่าเขาอยู่ดี
หญิงสาว : แต่เขาก็เอาใส่เข้าไปในของหนูด้วยนะคะหลวงพ่อ
บาทหลวง :( ได้โอกาส รีบเอาของตัวเองใส่เข้าไปบ้าง)อย่างนี้เหรออออ
หญิงสาว : ใช่ค่ะหลวงพ่อ ( หญิงสาวตอบเสียงสั่น )
บาทหลวง : ( ทำตาลอย เคลิบเคลิ้ม ) เธอก็ยังไม่ควรด่าเขาว่าไอ้สารเลวอยู่ดีนั่นแหละ
หญิงสาว : แต่เขาเป็น เอดส์นะคะ
บาทหลวง : ไอ้สารเลว !!!!!

แค่อยากรู้

ชายคนหนึ่งเดินเล่นอยู่ริมทะเล เขาพบขวดลอยน้ำมา พอเขาเปิดขวดก็มีปีศาจตัวเล็กๆปรากฏขึ้น ปีศาจพูดว่า "ข้าดีใจมากที่ได้ออกจากขวดใบนี้ ข้าจะให้พรเจ้าหนึ่งข้อ"
เขาคิดอยู่สักพัก จึงขอ "ผมอยากไปฮาวาย แต่กลัวเครื่องบิน แล้วก็เมาเรือ เลยอยากได้ถนนสร้างจากที่นี่ตรงไปยังฮาวาย"
ปีศาจตอบว่า "เสียใจ ข้าทำให้ไม่ได้ มันเป็นงานที่ใหญ่เกินไป เสาต้องลึกไปถึงก้นทะเล และต้องใช้อิฐมากมายมหาศาล"
ชายหนุ่มคิดอยู่สักพัก จึงขอใหม่ "มีอีกอย่างที่ผมอยากได้ คือผมอยากเข้าใจผู้หญิง ทำไมหล่อนถึงหัวเราะและร้องไห้ ทำไมขี้โมโห ทำไมถึงใช้ชีวิตร่วมด้วยยากเหลือเกิน อะไรที่ทำให้หล่อนเป็นแบบนั้น"
ปีศาจคิดสักพักแล้วตอบว่า "เอาหล่ะ ถนนที่ต้องการอยากได้ 2 หรือ 4 เลน"


 

ปล. โคดฮาเลย โดยเฉพาะไอ้ บาทหลวงไรนั่น 555+

Tags: ขำขัน,ตลก
ผู้ชม (6668)    แสดงความคิดเห็น (13)

18 ม.ค. 2550 15:51:43


เรื่องของ วันวาเลนไทน์ นี้ มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ณ กรุงโรม หรืออาณาจักรโรมัน ในยุคของจักรพรรดิคลอดิอุส ที่สอง (Claudius II) โดยที่จักรพรรดิพระองค์นี้ มีนิสัยชอบกดขี่ข่มเหงผู้อื่น เขาได้สั่งให้ชาวโรมันทุกคน สักการะนับถือพระเจ้า 12 องค์ โดยผู้ที่ขัดขืนคำสั่งจะถูกทำโทษ รวมทั้งห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกคริสเตียนด้วย แต่นักบุณวาเลนตินุส (Valentinus) มีความเลื่อมใส ศรัทธาต่อพระคริสมาก เขาได้กล่าวไว้ว่า แม้กระทั่งความตายก็ไม่สามารถ เปลี่ยนความคิดของเขาได้ เขาจึงได้ถูกขังคุก

ช่วงอาทิตย์สุดท้ายในชีวิตของเขานั้น ได้มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้น ขณะที่เขาถูกคุมขังอยู่นั้น ผู้คุมขังได้ขอให้วาเลนตินุส สอนลูกสาวเขาซึ่งตาบอดด้วย จูเลียเป็นคนสวยแต่น่าเสียดายที่เธอตาบอดตั้งแต่แรกเกิด วาเลนตินุสได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่าง ๆ สอนเลข และเล่าเรื่องพระเจ้าให้เธอฟัง จูเลีย สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ได้ โดยคำบอกเล่าของ วาเลนตินุส เธอเชื่อใจเขาและเธอมีความสุขมากเมื่ออยู่กับเขา

วันหนึ่งจูเลียถามวาเลนตินุสว่า “ถ้าเราอธิษฐาน พระผู้เป็นเจ้าจะได้ยินเราไหม” เขาตอบ “พระองค์เจ้า จะได้ยินเราแน่นอน ท่านได้ยินเราทุกคน” จูเลียกล่าว “ท่านทราบหรือไม่ว่า ข้าอธิษฐานขออะไรทุก ๆ เช้า ทุก ๆ เย็น....ข้าหวังว่า ข้าจะได้มองเห็นโลก เห็น ทุก ๆ อย่างที่ท่านเล่าให้ข้าฟัง” วาเลนตินุสจึงบอก “พระเจ้ามอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน เพียงแค่เรามีความเชื่อมั่นในพระองค์ท่าน เท่านั้นเอง”

จูเลีย ผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้าจึงได้คุกเข่า กุมมือ อธิษฐานพร้อมกับวาเลนตินุส และในขณะนั้นเอง ก็ได้มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก และสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น จูเลียค่อย ๆ ลืมตา พระเจ้า.....เธอมองเห็นแล้ว!!!!! เขาและเธอจึงกล่าวขอบคุณต่อพระเจ้า และเรื่องมหัศจรรย์เรื่องนี้ ได้แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักร

ในคืนก่อนที่วาเลนตินุสจะสิ้นชีวิต โดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” เข้าสิ้นชีพในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้น ศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินุส แต่ผู้เป็นที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และมิตรภาพอันสวยงาม

ประวัติวันวาเลนไทน์ นี้ เป็นเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ เรื่องเท่านั้น ไม่ว่าประวัติที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ในปัจจุบันนี้ เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์ เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและการ์ด เพื่อบอกความนัยในแก่คนที่พิเศษของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน

ยังมีต่อนะจ๊ะ.........แล้วจะรู้ว่า เราจะทำอะไรให้คนรักดี

ยังมีต่อนะจ๊ะ.........แล้วจะรู้ว่า เราจะทำอะไรให้คนรักดี
Tags: วันวาเลนไทน์
ผู้ชม (572)    แสดงความคิดเห็น (1)

18 ม.ค. 2550 12:14:27

ความตาย...

พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ

"...ร่างนั้นทอดเหยียดอยู่ในโลงไม้แคบ ๆ ใบหน้าสวยได้รูปดูซีดขาว ดวงตาหลับสนิท ริมฝีปากที่เคยช่างเจรจาคล้ายจะแย้มยิ้ม... ใครจะคิด ว่าหลังพูดคุยกันเมื่อไม่กี่วันก่อน บัดนี้ 'ความตาย' กลับพรากเธอให้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ..."

หากข้อความข้างต้นอยู่ในหน้าหนังสือ หรือเพียงเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างผิวเผิน ในที่สุดไม่นานนัก เราก็อาจลืม หรือเลือนภาพที่เห็น (และเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจ) ได้ในไม่ช้า

ด้วยว่า เรื่องดังกล่าว เราคล้ายไม่เกี่ยวข้อง และปราศจากส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ กับการที่ 'ตัวละคร' หรือ 'ใครสักคน' จะตายไปจากโลก...

ด้านหนึ่งความตายใกล้ชิดกับเราในฐานะเป็นสิ่งมีชีวิต
อีกด้านหนึ่ง "ความตาย" ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผูกพัน ก็ใช่ว่าจะทำให้รู้สึกหวั่นไหว มากไปกว่าสิ่งกระทบใจชั่วครู่ยาม

แม้ความตายจะติดตามทุกชีวิต ดั่งผูกยึดไว้ด้วยโยงใยอันไม่สามารถตัดขาด แต่ลึกลงไปในจิตใต้สำนึก อาจมี 'บางสิ่ง' คอยสนับสนุนให้เราปฏิเสธ หรือหลบเลี่ยง 'ความตาย' อยู่ในที

เราจึงต่างดิ้นรนขวนขวายต่อการ "ยังชีพ" ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
แม้ว่าจะเป็นภาระหนัก เหน็ดเหนื่อย หรือเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานก็ตาม

ดูเหมือนว่า "ความสุข" ที่หลายคนปรารถนาอย่างไม่มีสิ้นสุด เมื่อสำรวจลึกลงไปแล้ว ก็คือการหนีห่างจากเงื่อนไขที่นำไปสู่ "ความทุกข์" "ความสูญเสีย" อันมี "ความตาย" เป็นที่สุดนั่นเอง

โดยนัยนี้ ความตาย ดั่งหนึ่งจะอยู่ ณ อีกด้าน หรือตรงกันข้ามกับขั้วของ ความสุข

แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ชีวิต หมายถึง 'ความสุข' กระนั้นหรือ ?

เป็นไปได้หรือไม่ว่า ภายใต้ทุกข์ยากและรันทดท้อในความมีชีวิต มนุษย์ยังเชื่อมั่นอยู่ในที ว่าตนสามารถแสวงหาความสุขได้ หากตนยังมี "ชีวิต" อยู่ ทั้งยังหวาดหวั่นและไม่มั่นใจต่อ "ความตาย" ว่าถึงที่สุดแล้ว จะนำตนไปสู่ที่ใด

และ เป็นไปได้หรือไม่ว่า นั่นอาจเป็นเพียงแรงจูงใจที่คอยกระตุ้นเร้า เพียงให้เรา "หนีตาย" โดยปราศจากความจริงใด ๆ รองรับ ทำนองที่ว่า เมื่อหมดแรงหนี ก็พบว่าไม่มีสิ่งใดต้องกลัวอีกเลย...

หลายยุคหลายสมัย มนุษย์แสวงหาความจริง ของ ชีวิตและความตาย ผ่านหลายมุมมองและหลากวิธีการ ทั้งวิทยาศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา ฯลฯ หรือกระทั่งศิลปะและวรรณกรรม

"ผู้รู้" พร่ำพรรณนา อธิบาย และสรุป สิ่งที่ตน "เชื่อ" และ "ค้นพบ" ครั้งแล้วครั้งเล่า ยุคแล้วยุคเล่า น่าประหลาดที่ ความจริงอันสำคัญและใกล้ชิดกับชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างยิ่งนี้ กลับหาข้อยุติโดยรวมไม่ได้

แต่ละสาขาของ ความรู้ - ความเชื่อ ยังมีความแปลกแยกและแตกต่าง อย่างแทบมิอาจแสวงหาจุดร่วมใด ๆ
ลึกลงไปในแต่ละแขนง กลับมีแง่มุมแยกย่อยออกไปให้ศึกษาและปฏิบัติอย่างนับแนวทางไม่ถ้วนทั่ว

หากคุณเป็นผู้ใคร่ต่อการแสวงหา ชั่วชีวิตหนึ่ง อาจไม่สามารถค้นพบความจริงของการ 'มีอยู่' และ 'จากไป' ได้รอบด้าน ทั้งนี้ มิจำเป็นต้องกล่าวถึง ความ 'ครบถ้วน' ทั้งโดยคุณภาพและปริมาณ

ศาสดาจำนวนมาก จึงชี้ทางอัน "เพียงพอ" ต่อการเป็น 'มนุษย์' ยิ่งกว่าความ "ครบครัน" อันผู้คนจำนวนมากพากันค้นหา

น่าเสียดาย ที่ส่วนใหญ่ "ความคิด" มักมีมากกว่า "ความจริง" และ "ความจริงอันเพียงพอ" มักด้อยรสชาติกว่าความอยากรู้อยากเห็นเสมอ...

บ้างกล่าวถึงความตายว่าเป็นความสูญเสีย บ้างกล่าวว่าเป็นความเปลี่ยนผ่าน บ้างกล่าวว่าตายแล้วเกิด และบ้างก็กล่าวว่า คือ การเดินทางกลับ สู่ดินแดนที่จากมา...

วันแล้ววันเล่า ที่ทัศนะเหล่านั้นวนว่ายอยู่ในวัฏฏะของมนุษย์ ส่งเสียงอยู่ที่นั่นที่นี่ ส่วนนั้นส่วนนี้ของโลก
บ้างกระซิบ บ้างกู่ก้องร้องตะโกน

ขณะคนแล้วคนเล่าตายจากเราไป...
ทั้งที่เป็นญาติ, เพื่อนสนิท, คนรัก หรือกระทั่งคนที่เราเกลียดชัง

ถึงวันนี้และวินาทีนี้ "การเกิด" และ "การตาย" ยังดำรงอยู่ และยังมีผู้ลังเลสงสัยต่อ "ความตาย" อยู่เช่นเดิม

ทั้งที่นับวันเราจะมี "ความรู้" เกี่ยวกับความตายมากขึ้น
และมี "สื่อ" ที่จะนำความรู้เหล่านั้นไปสู่ผู้คนได้มากขึ้น และครอบคลุมพื้นที่ยิ่งขึ้นทุกที

หรือเพียงมีความรู้ แต่กลับปราศจากปัญญา...

ครั้งหนึ่ง เคยมีคนถามท่านพุทธทาสภิกขุ ว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องตาย
ว่ากันว่า ท่านหัวเราะ หึ ๆ แล้วตอบว่า "ไม่มีผู้เกิด จะมีผู้ตายได้อย่างไร" ..

Tags: ความตาย
ผู้ชม (302)    แสดงความคิดเห็น (1)

16 ม.ค. 2550 11:02:48

ใจละเมอไปรักเธอ ใจมันเพ้อไม่เคยรั้งได้
ใจมันลอยไปบนฟ้าไกล รักเพียงดาวในใจดวงนั้น
ใจละเมอไปรักเธอ ที่ตัวเธอไม่เคยรู้ได้
เธอมีใครที่รักมากมาย แต่ว่าฉันก็ยังเอาใจไปให้เธอ

คิดถึงทุกวัน อยากฝันไม่ยอมตื่น ให้ค่ำคืนมีดาวตลอดไป

ได้แต่เพ้อไป หลงฝันละเมอรักเธอคนเดียว
เพ้อไป รักดาวในใจคือเธอคนเดียว
มองเพียงแค่ข้างเดียว รอเธอแค่ข้างเดียว
แม้ตัวเธอไม่รู้ไม่เป็นไร (แค่ใจละเมอ)

ใจละเมอไปรักเธอ ใจมันเพ้อไม่เคยรั้งได้
ใจมันลอยไปบนฟ้าไกล รักเพียงดาวในใจดวงนั้น
ใจละเมอไปรักเธอ ที่ตัวเธอไม่เคยรู้ได้
เธอมีใครที่รักมากมาย แต่ว่าฉันก็ยังเอาใจไปให้เธอ

คิดถึงทุกวัน อยากฝันไม่ยอมตื่น ให้ค่ำคืนมีดาวตลอดไป

ได้แต่เพ้อไป หลงฝันละเมอรักเธอคนเดียว
เพ้อไป รักดาวในใจคือเธอคนเดียว
มองเพียงแค่ข้างเดียว รอเธอแค่ข้างเดียว
แม้ตัวเธอไม่รู้ไม่เป็นไร (แค่ใจละเมอ)

Tags: เนื้อเพลง ใจละเมอ
ผู้ชม (383)    แสดงความคิดเห็น (0)

เกมส์ | เกม | game | ฟังเพลง | ดูดวง | ทำนายฝัน | ผลบอล | เพลง | เกมส์ทำอาหาร | แชท | หาเพื่อน | สกินhi5 | สกิน | หางาน | ดูทีวีย้อนหลัง | ดูทีวี | กลอน |
astv | รถมือสอง | ฟุตบอล | งาน | เกมส์ออนไลน์ | โหลดเพลง | เกมส์แต่งตัว | คลิป | เกมส์ปลูกผัก | เกมส์จับคู่ | โค้ดhi5 | ฟังวิทยุ | มือถือ | แม่และเด็ก | ดูหนัง |
หนังสือพิมพ์ | music | หาเพื่อน msn | เกมส์มือถือ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | dictionary | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | แต่งงาน | twitter | การ์ตูน | ดูการ์ตูน | ผู้หญิง |
Kapook Planet เป็นบริการพื้นที่สำหรับสมาชิกเพื่อแสดงข้อความและรูปภาพตามเงื่อนไขในการให้บริการ ทาง Kapook.com ไม่สามารถรับรองความถูกต้อง และรับผิดชอบต่อข้อความและรูปภาพเหล่านี้
เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม
กรุณาแจ้งที่ webmaster@kapook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
Kapook Planet (Online Social Networking) and Kapook KookKik (Mobile Social Networking) are Registered Trademarks