*คืนความรัก* ให้หัวใจตัวเอง เมื่อความรักจากไป...เราต้องอยู่ให้ได้..อย่างคนที่เข้มแข็งและรักตัวเอง
อย่าปล่อยให้ หัวใจ ขาดทุน
"ถ้าตลอดเวลาที่ผ่านมา
เขาก็ไม่ได้มีความดีมากมายให้จดจำ
แล้วในวันที่เขาจากไป
ก็อย่าไปเจ็บเกินกว่าความรัก
ที่เขาเคยให้มา"
ถ้ามองความรักแบบอุดมคติ
แน่นอนทุกคนจะบอกว่า
"ความรักไม่มีกำไรไม่มีขาดทุน"
เพราะไม่มีอะไรมาเป็นมาตรฐานในการชี้วัด
ว่าแบบนี้ขาดทุนหรือกำไร
แต่ถ้าวัดกันในแง่ความรู้สึกแล้ว
จะว่าความรักไม่มีกำไรไม่มีขาดทุนนั้น
เห็นว่าคงจะไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นัก
. ถ้าครั้งหนึ่งเขารักเรามาก
. พอเขาจากไปเราเลยต้องเจ็บมาก
. หากคิดว่าสิ่งนั้นคือกำไร หรือ ขาดทุน
. ก็คงจะได้เหมือนกัน
ถ้ายามรัก...
คุณยอมรับว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นคนรักที่ดีที่สุด
ก็ไม่ใช่เรื่องผิดสักนิดถ้าจะเทความรัก
เทหัวใจให้เขาไปหมด
. พอเขาหมดรัก เราก็ต้องเจ็บที่สุด รักมากเจ็บมาก
.แบบนี้ต่อให้เจ็บปางตาย ก็ถือว่าไม่ขาดทุน
. ที่เรารักเขาได้เยอะขนาดนั้น
ก็เพราะว่าตอนนั้นเขาน่ารักที่สุด
"ถ้าครั้งหนึ่ง...เขาเคยรักเรามากที่สุด
เท่าที่ใจของคนคนหนึ่งจะทำได้
ถ้าครั้งหนึ่ง...เขามีค่ามากพอ
สำหรับทั้งหมดของหัวใจเรา
แม้ว่าวันนี้เขาจะร้ายสักไหน
ก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะยังรักเขาอยู่"
. ระหว่างทางที่เราเดินร่วมกัน
. มีทั้งความรักและความดีงามมากมาย
. ที่คนอื่นไม่เข้าใจ
. ระหว่างเราและเขามีสิ่งดีๆ ที่คนอื่นไม่รู้
. ให้จดจำตลอดเวลา
. การลืมทำได้ยากกว่าการรักมากนัก
. ถ้าจะให้เคลียร์ตัวเอง เลิกรักเลิกเจ็บทันทีทันใด
. มันคงเป็นไปไม่ได้
"แต่ถ้าตลอดเวลาที่ผ่านมา
เขาเองก็ไม่ได้มีความดีงามมากมายนักให้จดจำ
เขาไม่ได้ลงทุนอะไรเพื่อที่จะทำให้เรารัก
แล้ววันนี้เขาเดินจากไป
วันนี้เราเสียใจมากเกินไปหรือเปล่า"
. ตอนที่ยังรักกันอยู่
. เขามีค่าพอให้เสียใจสักแค่ไหนดี
. แล้วที่ผ่านมาเราต้องร้องไห้เพราะเขากี่ครั้ง
. หันกลับไปนับหยดน้ำตานับเวลาที่หายไปกับความเสียใจ
. บวก ลบ คูณ หาร ในใจแล้วถามตัวเองดูซิว่า...
. "แค่คนที่ไม่รักเราเท่าไรเดินจากไป
. ควรร้องไห้เสียใจและเสียน้ำตาสักเท่าไหร่ดี"
..................*...............
คืนความ*รัก* ให้หัวใจ ตัวเอง
"ก็แค่...หัวใจเรา
ต้องกลับมาอยู่บ้านเก่าอีกครัง
คงไม่ใช่เรื่องยาก
ถ้าจะเปิดประตูรับเก็บใจเรากลับมา
เพื่อให้ที่ว่างที่เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่ง
ถูกเติมเต็มด้วยความรัก
ที่สมบูรณ์มากขึ้น"
ก่อนที่คนสองคนจะรักกัน...
พื้นที่ในหัวใจต่างก็เป็นอิสระ
พอเรารักกันแล้ว เราต่างคนต่างต้องแชร์พื้นที่กันคนละครึ่ง
"ครึ่งหนึ่งใส่ความรักตัวเอง
ครึ่งหนึ่งแบกรับความรักของอีกคน"
นั่นก็คือครึ่งหนึ่งของเขาคือตัวตนของเขา
และอีกครึ่งหนึ่งอาจมีไว้สำหรับเรา
สองคนต่างแบกรับและเสียสละคนละครึ่ง
พื้นที่ในใจนั้นจึงเต็มเหมือนเดิม
แต่เติมเต็มไปด้วยหัวใจเราและเขาคนละครึ่ง
. แล้วอยู่มาวันหนึ่ง...
. เขาดึงความรักของเราออกและส่งคืนมาให้
. พร้อมบอกกับเราว่า
. "หัวใจของเขา เขาขอเอาคืน"
. ในขณะที่ตัวเราเองก็อาจ อดสงสัยลึกๆไม่ได้ว่า
. เมื่อไม่มีความรักของเราอยู่ในนั้นแล้ว
. หัวใจเขาจะเสียสมดุลหรือเปล่า
. แล้วคนที่เป็นฝ่ายทิ้ง
. กับคนที่ถูกทิ้ง "ใครเจ็บกว่ากัน"
"คนเอ่ยลาก็แค่เหนื่อยล้ากับการหาเหตุผลที่จะไป
เพราะก่อนคืนความรักให้เรา
เขาอาจมีความรักจากที่อื่นทดแทน
พอเขาคืนหัวใจให้เราแล้ว เขาก็เอาหัวใจของอีกคน
มาเติมแทนที่ ให้เต็มเหมือนเดิม"
. ในวันที่เขาส่งคืนความรู้สึก
. ก็เพราะรัก ทำให้เราไม่กล้าพอที่จะดึงหัวใจเขาออกมา
. แล้วส่งคืนให้เขากลับไปเพื่อแลกเปลี่ยนกัน
. แต่ถ้าเรายังดื้อดึง
. ยังเก็บกอดหัวใจที่เจ้าของไม่เต็มใจให้เอาไว้
. ผลที่ตามมาก็คือ
. อีกครึ่งหนึ่งของหัวใจเรา
. จะลอยเคว้งคว้างไร้ที่อยู่
.ถูกเขาวางทิ้งไว้อย่างไร้ค่าไร้ราคา
. เพราะเป็นสิ่งของที่เขาไม่ต้องการแล้ว
"หัวใจของเราย่อมมีค่าสำหรับเจ้าของเสมอ
แม้ว่ามันอาจจะเสียหาย มีรอยช้ำรอยแผลเป็นไปบ้าง
จากการเดินทางไกลในโลกของความรัก"
. แต่ยังไงมันก็ยังเป็นใจดวงเดิมของเรา
.ที่กลับมาหาเจ้าของ
. การทำใจยอมรับว่าเขาไม่รัก
. อาจทำได้ยาก
. แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้
"อย่าลืมว่า...ก่อนหน้านั้น ก่อนที่เราจะมีกันและกัน
พื้นที่เต็มร้อยในนั้น...มันก็เป็นของเรา
แล้วครึ่งหนึ่งของใจดวงเก่า
ที่เขาส่งคืนก็ไม่ใช่อื่นไกล...ใจขอเราเอง
ก็แค่เก็บมันกลับคืนมา แล้วเอาไปไว้ในที่เดิม
ในที่ที่มันเคยอยู่ ให้หัวใจดวงเดิมได้เติมเต็มให้ตัวเอง
แล้วคุณจะกลับมามีค่าในแบบของตัวเองอีกครั้ง"
........จากหนังสือ*คืนความรักให้หัวใจตัวเอง* ลองไปซื้อ มาอ่านดูนะคะ ดีมากๆ มีหลายเล่มที่อยากแนะนำ แวะไปถามกันได้นะ ขอบคุณค่ะ.........






