"ไม่เคยมีความแน่นอนในความรัก"
"ไม่เคยมีความแน่นอนในความรัก" คำพูดนี้ยังคงเป็นคำพูดอมตะเสมอตราบใดที่โลก ยังหมุนให้ชีวิตของคนเราไปพบเจอเรื่องราวต่างๆ มากมายอยู่ทุกวันความเปลี่ยนแปลงก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา..
ยิ่งอ่อนไหวยิ่งเปลี่ยนง่ายธรรมชาติมอบไว้..
ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกได้พบเจอโดยเฉพาะมนุษย์ที่เราเชื่อกันว่า..
เป็นสัตว์ที่ไวต่อความรู้สึกมากที่สุดทุกนาทีที่โลกหมุนไปกระทบกับอะไรก็ตามมนุษย์จึงง่ายที่จะรู้สึกและสัมผัสได้เช่นนั้นแล้ว..
มนุษย์จึงง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างที่สุดเช่นกันในความเป็นคนรักที่เคยรักใคร่กันมานานวันคืนที่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันมา นั้นย่อมทำให้รู้จักกันอย่างลึกซึ้ง รู้จักนิสัยใจคอของกันและกันเป็นอย่างดี
หรือแม้แต่เป็นเรื่องเล็กน้อยที่เป็นสิ่งเข้าใจยากแต่ก็สามารถรู้สึกและเข้าใจ
ได้ด้วย Sense ของการเป็นคนใกล้ชิดทุกอย่างย่อมสื่อถึงกันได้จึงเป็นเรื่องยาก ที่ใครสักคนจะปกปิดความรู้สึกหรือเก็บงำอะไรบางอย่างให้อยู่ในใจเพียงอย่างเดียว เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนไปอีกฝ่ายจึงสามารถรู้ได้ สัมผัสได้ก่อนใคร
อาจไม่ต้องมีใครบอก ไม่ต้องมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทุกๆ คนจะสามารถรับรู้ได้ด้วยใจ สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกบางครั้งคำตอบหรือข้อสรุปว่า
ความรักไม่เหมือนเดิมแล้วก็ไม่ต้องรอคำยืนยันจากใครเพราะ Sense ของความรักจะช่วยเราหาคำตอบขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอบรับได้มากน้อยแค่ไหน... ถึงเวลาที่ต้องเลิกหรือยัง...เป็นคำถามที่ตอบยาก..แต่..เราจำเป็นต้องสละเวลาสักหน่อยเพื่อมา คิดคร่ำครวญหาคำตอบเพราะไม่ใช่เรื่องที่เราจะตอบได้ง่ายๆ เลย เมื่อเราคบกับใคร สักคนคืนวันที่ผ่านมาล้วนเต็มไปด้วยความผูกพันกันจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันไปแล้วเหมือนเส้นขนานสองเส้นที่ลากยาวคู่กันเคียงข้างกันไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างเติมเต็มกันและกันแต่ต้องอยู่คู่กันทั้งสองจึงจะเรียกว่าเส้นขนานได้แต่ ถ้ามีเส้นใดเส้นหนึ่งเฉไปออกนอกลู่นอกทางก็ไม่อาจเรียกว่า..เป็นเส้นขนานอีกต่อ
ไปได้แล้วล่ะ!! บ่อยแค่ไหน...ที่เส้นตรงอีกเส้นที่เคยทอดยาวอยู่ข้างๆ เราได้เฉ ไปมาและโค้งห่างออกจากเราปล่อยให้เราทอดยาว เ พี ย ง ลำ พั งและกลายเป็นเพียง "เส้นตรง" ที่ โ ด ด เ ดี่ ย ว ความโดดเดี่ยวของการถูกทอดทิ้งนั้นเ จ็ บ ป ว ด กว่าความโดดเดี่ยวของการไม่มีใครหลายๆ ครั้งที่เราจะต้องพบกับสายตาที่ว่างเปล่า กับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปในรูปแบบที่เห็นเราเป็นภาระของความรู้สึกที่เขาต้อง รับผิดชอบคบกันไปทุกวันก็ต้องคอยรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงและคำโกหกคำแก้ตัว
สารพัดเหตุผลที่จะถูกนำมาอ้างแม้บางครั้งที่เรารู้ทั้งรู้ว่าไม่จริงแต่เมื่อไม่
มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องแกล้งนิ่งเฉยแกล้งทำเป็นเชื่อ ทั้งๆ ที่ในใจสุดจะ กล้ำกลืนมีอะไรที่ทำได้มากไปกว่านี้อีกล่ะแล้ว..ศักดิ์ศรีล่ะ..ศักดิ์ศรีของเรา อยู่ตรงไหนกัน บางครั้ง...คนที่ไม่รักเราแล้วก็ไม่มีทางที่จะบอกความจริงกับ เราหรอกเขาไม่มีทางจะ ย อ ม รั บและก็ไม่ยอมที่จะเอ่ยปากบอกเลิกลาด้วยเช่นเดียว กันที่เขาไม่ยอมบอกเลิกก็อย่าได้คิดว่าเค้ายังรักเราอยู่ ยังอยากคบกับเราอยู่
ที่เขาอยู่เพราะเขาไม่อยากเป็นคนผิดต่างหากเขาไม่อยากถูกสังคมหรือคนรอบข้างประ ฌามว่าเป็นคนไม่ดีเขาจะพันธนาการเราไว้ด้วยคำรักในครั้งอดีตซึ่งป่านนี้คงเสื่อม สภาพไปหมดแล้วซึ่งสิ่งเหล่านี้มันจะ ก ด ดั นให้เราเป็นฝ่ายที่จะตัดสินใจเป็นคนบอกเลิกเองในที่สุด ไหนๆ ชีวิตนี้ที่คบกันมาก็ทำเพื่อเขามาซะมากมายขนาดนั้น แล้วจะกินอะไร จะเอาอะไรแทบจะหามาถวายเคยขัดใจสักครั้งแทบไม่มียอมจนไม่รู้จะ ยอมอะไรอีกแล้วทำให้จนไม่รู้ว่ามีอะไรอีกที่ยังไม่ได้ทำก็นั่นแระสิ่งสุดท้าย..
ทำให้เขาหน่อยเป็นไรเป็นคนเดินไปจากเขาเสียเองแค่นี้เขาก็กลายเป็นคนดีสมใจแล้ว ส่วนคนรอบข้างจะมองว่าเราไม่ดีที่เป็นคนบอกเลิกเขาไปยังไงก็ไม่ต้องไปสนใจไม่ต้องแคร์อะไรทั้งนั้นไม่มีอะไรต้องเสียใจมากไปกว่านี้อีกแล้วนี่ !!! " อาจจะเจ็บปวดไปหน่อยแต่ก็จะเป็นการเจ็บครั้งสุดท้ายและที่สำคัญเราได้เป็นคนเลือกเอง เลือกที่จะหักอกตัวเองด้วยมือของตัวเองถึงจะเสียใจแต่ก็แน่ใจได้ว่า..ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้จะดีขึ้นแน่นอนจะคิดอะไรมากทำใจใหญ่ๆ ไว้เมื่ออยู่ก็เจ็บ จากก็เจ็บเหมือนกัน !!!....






