Déjà vu หนังที่ถูกทำลายด้วยหนังตัวอย่างที่สื่อสารผิดๆ
Déjà vu
ครั้งแรกที่ได้ชมตัวอย่าง ของหนัง ผมถามในใจตัวเอง เสียดายจัง ทำไม เดนเซล วอชิงตัน ถึงได้กลับมาเล่นหนังแอ๊กชั่น ปัญญาอ่อน ภายใต้สัญลักษณ์ฟ้าผ่าของบรัคไฮเมอร์ หลังจากได้ใจไปเต็มๆจาก Inside Man (ติดตามได้จากบทวิจารณ์) ที่ออกฉายในปีเดียวกัน แต่ทันทีที่ได้ดูเบื้องหลังการถ่ายทำที่ HBO เอามาฉาย ผมได้เห็นฟุตเตทใหม่ๆที่กระตุ้นความสนใจกับหนังเรื่องนี้ขึ้นมาทวีคูณ อย่างนี้เท่ากับว่าคนที่ตัดหนังมาทำ เป็น Trailer ทำการตลาดได้ผิดถนัดเลยก็ว่าได้ (ไม่รู้เป็นตัวที่ทำให้รายได้ทั้งในไทยและในอเมริกาเองไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร) เพราะเท่าที่เห็นในหนังตัวอย่างไม่คิดว่า Déjà vu เป็นหนังย้อนเวลาหาอดีต เหมือนหนัง Back to the Future แต่กลับคิดว่าเป็นหนังเหมือน Bad Boys ดูได้จากฉากสุดท้ายของ Trailer 555+ คงมีคนไม่น้อยเหมือนกันที่คิดเหมือนผม
นี่คือความร่วมมือกันเป็นครั้งที่ 3 แล้วสำหรับแดนเซล วอชิงตันและผู้กำกับโทนี่ สก็อตต์ (หลังจากCrimson Tide และ Man on Fire) ที่ถือว่าอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม หลังจากพี่สก็อตต์ตกต่ำสุดๆ จาก Domino หนังที่นักวิจารณ์ให้ฉายาว่า “Cinema on Crack” (แต่ชอบสไตล์การทำหนังของพี่แกนะ ไล่ตั้งแต่ย้อมสีภาพ เร่งสปีดภาพ เล่นมุมกลล้องประหลาดๆ เรียกได้ว่าไม่มีช่วงไหนของหนังอยู่กับที่) กับหนัง Déjà vu หนังเทคโนทริลเลอร์สุดชาญฉลาดที่ดูน่าเชื่อถือตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงตอนจบที่มีจุดหักมุม เช่นเดียวกัน Déjà vu เดินหน้าไปอย่างฉับไว โดยไม่เน้นไปที่สไตล์การตัดภาพอย่างรวดเร็วหรือการใช้ภาพที่สับสน จนกลายเป็นลายเซ็นประจำตัวของสก็อตต์ไปแล้ว กับหนังเรื่องนี้ นี่คือวิธีเหมาะกับโครงเรื่องที่พูดถึงการเดินทางข้ามเวลาของหนัง
ส่วนฉากที่ดีที่สุดของหนังคงหนีไม่พ้นคือการที่หนังถ่ายทอดภาพย้อนเวลาซึ่งซูมไปดูที่ไหนของโลกก็ได้ (อย่างเช่นห้องน้ำบ้านคุณ!) ในอดีตเมื่อ 4 วันก่อน ก่อให้เกิดฉากฮาที่ผมขำแทบไม่หยุด ฉากที่ว่าคือเจ้าหน้าที่ที่กำลังติดตามนางเอกโดยใช้เครื่องจำลองภาพย้อนเวลา ซูมไปยังห้องน้ำ นางเอกของเรากำลังอาบน้ำอยู่ จากนั้นมีตัวละครหนึ่งฑูดว่า “อะไรล่ะ ผมกลัวเธอไม่สะอาดไง”
ส่วนฉากแอ๊กชั่น มีชื่อของพี่บรัคกับพี่สก็อตต์ การันตีเป็นประกัน ขาดไม่ได้เลยในหนังแอ๊กชั่นก็คือฉากขับรถไล่ล่า แต่การไล่ล่าในคราวนี้ซับซ้อนสับสนกว่าหนังเรื่องอื่นๆ เพราะเป็นการไล่ล่าที่มีเรื่องเวลาสี่วันครึ่งเป็นตัวแปร และผลลัพธ์ก็คือการไล่ล่ากันบนถนน ในแบบที่เราไม่เคยเห็นจากหนังเรื่องไหนมาก่อน
คนนึงที่จะพูดถึงก็ไม่ได้ก็คือ วัล คิลเมอร์ ผมไม่ได้จะพูดถึงฝีมือการแสดงของเขาในที่นี้ (ซึ่งแทบจะไม่มีอะไรให้น่าจดจำ) แต่เห็นจะเป็นหนังแทบจะไม่ขายชื่อพี่ท่านด้วยซ้ำ อันเนื่องจากในปัจจุบันพี่ท่านไม่ได้มีบารมีใดๆเหลือใน Hollywood อีกต่อไปแล้ว จึงปล่อยตัวซ้าก...ฉุได้ถึงขนาดนี้ จนแทบจะจำไม่ได้ วัดได้จากคำตอบของเพื่อนผมผมถามเพื่อนที่นั่งข้าง ๆในโรงหนังว่าเคยดู Batman Forever ไหม
เพื่อนตอบว่าเคยซิ เมื่อวานเอง
ในทายว่า คนที่มึงกำลังดูอยู่แสดงเป็นตัวละครไรในหนัง Batman
“มนุษย์สองหน้าช่ายป่ะ”
ผมได้แต่นั่งอึ้งและขำในใจ555+...ผมไม่โทษเพื่อเขาหรอกที่พูดไปงั้น






