United 93 สะเทือนใจอย่างแรง
United 93
ต้องขอยอมรับว่าไม่คิดจะเขียนบรรยายความรู้สึกของหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น หลังจากดู United 93 จบ เพราะรู้สึกหดหู่ ปนเศร้ายังไงไม่ทราบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมได้มีโอกาสดู DVD : Special Features ซึ่งในนั้นเป็นสารคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่เบื้องหลังของผู้ที่ได้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 11 กันยา กลายเป็นว่าตอนแรกไม่อยากเขียนวิจารณ์แต่เมื่อดูจบต้องนั่งพิมพ์แป้น Keyboard ทันที
ครอบครัวแต่ละครอบครัวมีระดับการสูญเสียที่แต่ต่างกันไป บ้างคนก็รับได้ บ้างก็รับไม่ได้ สารคดีที่ว่านี้เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคนที่เสียชีวิตจากเครื่องบิน United 93 ตก ทางทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำการขออนุญาตครอบครัวผู้เสียชีวิตว่าจะมีการทำหนังเรื่องนี้ออกมา มีการนำดาราที่แสดงเป็นผู้ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วซึ่งผู้สร้าง casting คนที่หน้าตาและลักษณะคล้ายกันมารับบท แล้วเดินทางไปหาครอบครัวนั้น ซึ่งครอบครัวผู้สูญเสียก็ต้อนรับนักแสดงคนนั้นอย่างอบอุ่นราวกับเป็นญาติจริงๆ แล้วก็บอกในทำนองว่า เห็นหน้าคุณแล้ว นึกถึงบุคคลผู้เป็นที่รักที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว นักแสดงถึงกับเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยโฮออกมาจริงๆ (ไม่ Fake คับยืนยันได้) ภาพที่ผมได้เห็นไม่สามารถบรรยายเป็นตัวอักษรได้ ไม่รู้จริงๆว่าควรรู้สึกแบบไหน แต่ผมถึงกับน้ำตาคลอก สงสารผู้คนเหล่านั้นอย่างสุดซึ้ง
United 93 เป็นหนังที่มีความหนักแน่นจริงจังอยู่ในตัว รวมไปถึงการจำลองเหตุการณ์ที่มีความน่าเชื่อถือ กลายเป็นเหมือนบันทึก ที่เกิดขึ้นในวันที่ 11 กันยา หนังเลือกที่จะนำเสนอตัวเองออกมาในรูปแบบสารคดี ไม่มีการเร้าอารมณ์ หรือสร้างความตื่นเต้นในแบบโอเวอร์ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบคุณ ผู้กำกับ พอล กรีนกราสส์ (เจ้าของผลงานอย่าง The Bourne Supremacy และหนังที่คล้ายกับการปูทางในการทำหนังเรื่องนี้ Bloody Sunday) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความรู้สึกต่อความรู้สึกมากกว่าจะเป็นหนังทำเงินจะว่าการที่ผมเขยีนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการสดุดีกับวีรกรรมต่อ Hero บนเครื่องบินที่ต่อสู้กับพวกโจรสลัดอากาศจนทำให้ภารกิจที่จะพุ่งชน White House ไม่สำเร็จ
มีฉากหนึ่งในหนังที่ถือได้ว่าเป็นฉากที่น่าจดจำ และน่าจะเป็นคำถาม และคำตอบต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เมื่อทั้งฝ่ายผู้ก่อการร้าย และผู้โดยสารต่างฝ่ายต่างสวดขอให้พระเจ้าอำนวยพรให้กับตัวเอง
United 93
ต้องขอยอมรับว่าไม่คิดจะเขียนบรรยายความรู้สึกของหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น หลังจากดู United 93 จบ เพราะรู้สึกหดหู่ ปนเศร้ายังไงไม่ทราบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมได้มีโอกาสดู DVD : Special Features ซึ่งในนั้นเป็นสารคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่เบื้องหลังของผู้ที่ได้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 11 กันยา กลายเป็นว่าตอนแรกไม่อยากเขียนวิจารณ์แต่เมื่อดูจบต้องนั่งพิมพ์แป้น Keyboard ทันที
ครอบครัวแต่ละครอบครัวมีระดับการสูญเสียที่แต่ต่างกันไป บ้างคนก็รับได้ บ้างก็รับไม่ได้ สารคดีที่ว่านี้เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคนที่เสียชีวิตจากเครื่องบิน United 93 ตก ทางทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำการขออนุญาตครอบครัวผู้เสียชีวิตว่าจะมีการทำหนังเรื่องนี้ออกมา มีการนำดาราที่แสดงเป็นผู้ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วซึ่งผู้สร้าง casting คนที่หน้าตาและลักษณะคล้ายกันมารับบท แล้วเดินทางไปหาครอบครัวนั้น ซึ่งครอบครัวผู้สูญเสียก็ต้อนรับนักแสดงคนนั้นอย่างอบอุ่นราวกับเป็นญาติจริงๆ แล้วก็บอกในทำนองว่า เห็นหน้าคุณแล้ว นึกถึงบุคคลผู้เป็นที่รักที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว นักแสดงถึงกับเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยโฮออกมาจริงๆ (ไม่ Fake คับยืนยันได้) ภาพที่ผมได้เห็นไม่สามารถบรรยายเป็นตัวอักษรได้ ไม่รู้จริงๆว่าควรรู้สึกแบบไหน แต่ผมถึงกับน้ำตาคลอก สงสารผู้คนเหล่านั้นอย่างสุดซึ้ง
United 93 เป็นหนังที่มีความหนักแน่นจริงจังอยู่ในตัว รวมไปถึงการจำลองเหตุการณ์ที่มีความน่าเชื่อถือ กลายเป็นเหมือนบันทึก ที่เกิดขึ้นในวันที่ 11 กันยา หนังเลือกที่จะนำเสนอตัวเองออกมาในรูปแบบสารคดี ไม่มีการเร้าอารมณ์ หรือสร้างความตื่นเต้นในแบบโอเวอร์ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบคุณ ผู้กำกับ พอล กรีนกราสส์ (เจ้าของผลงานอย่าง The Bourne Supremacy และหนังที่คล้ายกับการปูทางในการทำหนังเรื่องนี้ Bloody Sunday) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความรู้สึกต่อความรู้สึกมากกว่าจะเป็นหนังทำเงินจะว่าการที่ผมเขยีนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการสดุดีกับวีรกรรมต่อ Hero บนเครื่องบินที่ต่อสู้กับพวกโจรสลัดอากาศจนทำให้ภารกิจที่จะพุ่งชน White House ไม่สำเร็จ
มีฉากหนึ่งในหนังที่ถือได้ว่าเป็นฉากที่น่าจดจำ และน่าจะเป็นคำถาม และคำตอบต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เมื่อทั้งฝ่ายผู้ก่อการร้าย และผู้โดยสารต่างฝ่ายต่างสวดขอให้พระเจ้าอำนวยพรให้กับตัวเอง
อาจจะไม่ใช่หนังที่ดูบันเทิงเอาสนุก แต่อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่หนังที่ถูกลืมไปง่ายๆอย่างแน่นอน






