บัญชีภาษีอากร
Contact Card
บัญชีภาษีอากร
เพศ ชาย
ติดต่อ บัญชีภาษีอากร ที่นี่เลย
น่าสนใจ
 


Blog Tags
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ทั้งหมด ()
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษีอาก (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับธ (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ภาษีมูลค่าเพิ่ม (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet การคำนวณและการบันทึกบัญชีภาษี (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ภาษีธุรกิจเฉพาะ (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ภาษีเงินได้นิติบุคคล (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet รายได้และค่าใช้จ่าย (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet สินทรัพย์ หนี้สิน และอื่นๆ (1)
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (1)



Blog    

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

วัตถุประสงค์ของการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

1.  เพื่อบรรเทาภาระการเสียภาษีให้แก่ผู้รับเงินได้
2.  เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้เข้าคลังอย่างสม่ำเสมอ
3.  เพื่อลดแรงกดดันในการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร และลดภาระหน้าที่ในการตรวจสอบภาษีหรือการติดตามจัดเก็บภาษีในภายหลัง

หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและผู้มีเงินได้

1.  หน้าที่ของผู้มีหน้าที่หัก ภาษี ณ ที่จ่าย
1.1  ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
1.2  คำนวณภาษีที่ต้องหักให้ถูกต้องครบถ้วน
1.3  ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้หักไว้แล้วในปีภาษีให้แก่ผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายสองฉบับโดยมีข้อความตรงกัน ตามกำหนดเวลา
1.4  ยื่นแบบแสดงรายการเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและนำส่งภายในกำหนดเวลา ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จ่ายเงินไม่ว่าผู้จ่ายเงินจะได้หักภาษีไว้หรือไม่ ตามมาตรา 52 ซึ่งกระทรวงการคลังได้มีประกาศเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2535 ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีที่หักเป็นภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่าย แต่ไม่รวมถึงการจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษีให้กับบุคคลและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน               นิติบุคคลในต่างประเทศ
1.5  จัดทำแบบแจ้งข้อความเกี่ยวกับเงินได้ของคนต่างด้าว ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยและมีเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ต้องจัดทำแบบแจ้งข้อความและรายละเอียดเกี่ยวกับเงินได้ของคนต่างด้าวตามแบบที่อธิบดีกำหนด ซึ่งต้องแนบแบบแจ้งข้อความดังกล่าวพร้อมกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.2 หรือ ภ.ง.ด.3
1.6  จัดทำบัญชีพิเศษแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายมีหน้าที่จัดทำบัญชีพิเศษแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งตามที่อธิบดีสรรพากรกำหนดให้หักจากบุคคลธรรมดาหรือบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล พร้อมทั้งกรอกรายการการนำส่งภาษีเป็นประจำวัน โดยให้แยกตามใบเสร็จรับชำระภาษีอากรของกรมสรรพากรเป็นรายฉบับเรียงลำดับก่อนหลังตามวันที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือการนำส่งภาษี ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันถัดจากวันที่         รายการดังกล่าวเกิดขึ้น และให้เก็บรักษาบัญชีพิเศษดังกล่าวไม่น้อยกว่า 5 ปีที่          สำนักงานที่มีการจ่ายเงินได้ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ทันที
2.  ความรับผิดของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องยื่นแบบแสดงรายการหักภาษีและนำส่งภาษีในกำหนดเวลา ไม่ว่าจะได้หักภาษีไว้หรือไม่ หากผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจะต้องรับผิดตามประมวลรัษฎากรดังนี้
2.1  ความรับผิดทางแพ่ง มีรายละเอียดดังนี้
(1)  ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายและผู้มีเงินได้จะต้องรับผิดร่วมกันในจำนวนภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนที่มิได้หักและที่มิได้นำส่ง
(2)  ในกรณีที่ผู้จ่ายหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ไม่ครบถ้วน จึงนำส่งภาษีขาดไปกว่าจำนวนที่ต้องเสียให้ผู้จ่ายเงินได้และผู้มีเงินได้ร่วมรับผิดด้วยกัน
(3)  ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินหักภาษีไว้แล้ว แต่มิได้นำส่งหรือนำส่งไม่ครบจำนวนที่ถูกต้อง ให้ผู้มีเงินได้ซึ่งต้องเสียภาษีพ้นความรับผิดที่จะต้องชำระเท่าจำนวนที่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายได้หักไว้แล้ว และให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายรับผิดชำระเงินภาษีจำนวนนั้นแต่ฝ่ายเดียว
(4)  กรณีที่ผู้หักนำภาษีที่หัก ณ ที่จ่ายส่งไม่ครบ หรือขาดจำนวน หรือไม่ส่งเลย หรือล่วงเลยเวลากำหนด ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ไม่ครบ หรือขาด หรือไม่ส่ง หรือล่วงเลยกำหนดเวลาอีกส่วนหนึ่งอีกด้วย แต่เงินเพิ่มดังกล่าวต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่จะต้องนำส่ง
(5)  ในกรณีที่ผู้จ่ายเงินไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย แม้ต่อมาผู้เสียภาษีได้นำภาษีไปชำระแล้วก็ตาม เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจเรียกเก็บเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายแต่ผู้เดียวตามมาตรา 52 และมาตรา 54 โดยไม่จำเป็นต้องเรียกเก็บจากผู้มีเงินได้ก่อนได้
2.2  ความรับผิดทางอาญา มีรายละเอียดดังนี้
(1)  ผู้มีหน้าที่หักภาษี ไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ยังต้องมีหน้าที่ยื่นรายการนำส่งภาษีตามปกติ หากไม่ยื่นรายการย่อมเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 17 และมีความผิดทางอาญาตามมาตรา 38 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เว้นแต่จะแสดงได้ว่ามีเหตุสุดวิสัย
(2)  ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายที่หักภาษีตามประมวลรัษฎากร ซึ่งไม่จัดทำบัญชีพิเศษตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 17 และมีความผิดทางอาญาตามมาตรา 38 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
2.3  หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้มีเงินได้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย มีดังนี้
(1)  ผู้มีเงินได้ที่ยังไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ให้ยื่นคำร้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้
(2)  ผู้มีเงินได้ประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง มีหน้าที่แจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อนตามที่อธิบดีกำหนดต่อผู้จ่ายเงินหรือนายจ้าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการคำนวณหักภาษี
(3)  ผู้มีเงินได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระค่าภาษี มีสิทธินำภาษีที่ถูกหักไว้มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระตามปกติได้ โดยแนบหนังสือ        รับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายพร้อมกับยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี
(4)  ผู้มีเงินได้ที่ถูกหักภาษีไว้มากเกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ มีสิทธิขอคืนภาษีได้ภายในกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีประจำปี โดยกรอก          ข้อความช่องขอคืนเงินภาษีในแบบแสดงรายการภาษีให้ครบถ้วน หรือทำเรื่องขอคืนภาษีภายใน 3 ปี นับแต่วันสุดท้ายของปีที่ถูกหักภาษีไว้เกิน

อนึ่งถ้าผู้เสียภาษีได้คืนเงินค่าภาษีที่ถูกหักไว้เกินนานกว่า 3 เดือน จะได้รับดอกเบี้ยอีกร้อยละ 1 ต่อเดือน จนถึงวันที่กรมสรรพากรมีหนังสือคืนเงินค่าภาษีถึงผู้เสียภาษี

(5)  กรณีที่ผู้มีเงินได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว แต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี เจ้าพนักงานประเมินจะประเมินภาษีที่ต้องเรียกเก็บ โดยคำนวณภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเป็นจำนวนตามกฎหมายก่อนแล้วจึงนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งมาหักออก
(6)  กรณีที่ผู้จ่ายเงินหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ไม่ครบถ้วนจึงนำส่งภาษีขาดไป ให้ผู้จ่ายเงินและผู้มีเงินได้ร่วมรับผิดด้วยกัน

วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย

ตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร

1.  กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 และ 2
2.  กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 และ 2 ซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน
3.  กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 3
กรณีที่หนึ่ง ให้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 15.0
กรณีที่สอง ให้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 10.0
กรณีที่สาม ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
4.  กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 ได้แก่ เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สินฯ และเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 6 ได้แก่ เงินได้จาก      วิชาชีพอิสระที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตรา        ร้อยละ 15.0 ของเงินได้
5.  กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5,6,7 และ 8 แต่ไม่รวมถึงการจ่ายซื้อพืชผลทางการเกษตรและนอกจากกรณีตามที่ผู้จ่ายเป็นรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ซึ่งจ่ายเงินได้ให้แก่ผู้รับรายหนึ่งๆ มีจำนวนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่งๆ ได้ถึง 10,000 บาทก็ดี ให้คำนวณหักภาษีในอัตราร้อยละ 1 ของยอดเงินได้พึงประเมิน ส่วนเงินได้ในการประกวดหรือแข่งขันให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้
6.  กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 เฉพาะที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์หรือโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มี       ค่าตอบแทน ให้คำนวณภาษีและนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและ         นิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียน ในกรณีที่ไม่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้นำส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายใน 7 วัน นับแต่วันที่จ่ายเงินไม่ว่าตนจะได้หักภาษีไว้แล้วหรือไม่

 

          

ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร

อธิบดีกรมสรรพากรได้มีคำสั่งที่ ท.ป. 4/2528 กำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายเพิ่มเติมอีกในหลายกรณีจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ ซึ่งมีทั้งกรณีที่เป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายดังนี้
1.  การจ่ายเงินได้ที่มีจำนวนตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปเท่านั้นจึงจะต้องหักภาษี ที่จ่ายตามคำสั่งที่ ท.ป. 4/2528 นี้ ถ้าการจ่ายเงินได้มีจำนวนถึง 1,000 บาทแล้ว แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่งๆ ไม่ถึง 1,000 บาท ก็ยังคงต้องหักภาษี
2.  ภาษีที่หัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน โดยใช้แบบ ภ.ง.ด. 3 ถ้าหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และใช้แบบ ภ.ง.ด. 53 ถ้าหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
3.  ให้ระงับการหักภาษี ณ ที่จ่ายพืชผลทางการเกษตร กรณีจ่ายเงินได้ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2538 (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 56/2538)

ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย

ความหมายของภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย
การหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย คือ การที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษีจากเงินที่จ่ายและนำส่งรัฐบาลก่อนที่จะจ่ายเงินให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายนี้ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เมื่อถึงกำหนดเวลายื่นแบบและเสียภาษีเงินได้               นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีหรือสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่กรณี
การหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่ายมีอยู่ 3 กรณี ดังนี้
1.  ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
2.  ตามมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
3.  ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร

วิธีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย

1.  ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร กรณีที่ส่วนราชการจ่าย เงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้มีบทกฎหมายบัญญัติให้หักภาษี ณ ที่จ่ายดังนี้
1)  ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้แก่ รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น

2)  ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับเงินได้ไม่ว่าประเภทใดจากผู้จ่ายตามข้อ 1)

3)  ส่วนราชการที่จ่ายเงินได้ไม่ว่าประเภทใด จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ของยอดเงินได้พึงประเมินที่จ่าย
2.  ตามมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน             นิติบุคคลขายอสังหาริมทรัพย์มีรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการหักภาษี ณ ที่จ่าย           ดังนี้
1)  ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้แก่ บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม คณะบุคคลซึ่งจ่ายเงินค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งสรุปได้ว่าไม่ว่าผู้จ่ายเงินได้เป็นใครก็จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกรณีนี้
2)  ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์
3)  ผู้จ่ายเงินค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์จะต้องหักภาษีจากเงินที่จ่ายร้อยละ 1 ของยอดเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ทั้งนี้ไม่ว่าจะจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ตาม การหักภาษี ณ ที่จ่ายหักเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์
3.  ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ให้ดูจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งได้กล่าวไว้แล้ว
    
Tags: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ผู้ชม (84871)    แสดงความคิดเห็น (0)
ความคิดเห็น
ยังไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น

Kapook Planet เป็นบริการพื้นที่สำหรับสมาชิกเพื่อแสดงข้อความและรูปภาพตามเงื่อนไขในการให้บริการ ทาง Kapook.com ไม่สามารถรับรองความถูกต้อง และรับผิดชอบต่อข้อความและรูปภาพเหล่านี้
เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม
กรุณาแจ้งที่ webmaster@kapook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
Kapook Planet (Online Social Networking) and Kapook KookKik (Mobile Social Networking) are Registered Trademarks