Review: Bridge to Terabithia [สะพานมหัศจรรย์] - Grade A
Bridge to Terabithia เมื่อผมได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ผมได้เข้าไปสู่ดินแดนแห่งจินตนาการเธอราบิเธียไปแล้วจริงๆ ที่ที่ซึ่งชีวิตปราศจากความทุกข์นั้น มีแต่ความสุข สนุกตื่นเต้น ผจญภัย ที่น่าค้นหายิ่งนัก แต่ทุกๆสิ่งที่เราจินตนาการไปนั้นไม่ใช่เพื่อหนีความทุกข์ แค่ต้องรู้จักมองโลกในแง่อื่นๆบ้าง แต่ต้องไม่เพ้อฝันจนเกินไป ทุกสิ่งต้องอยู่บนพื้นฐานหลักความเป็นจริงที่สามารถเป็นไปได้ เลสลี่ สาวน้อยที่เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนอื่น เพราะไม่มีใครเข้ากับจินตนาการอันเพ้อฝันของเธอได้ และเลสลี่ได้เข้ามาในชีวิตของเจส ที่ทั้งโดนแกล้งจากเพื่อนๆอันธพาลที่โรงเรียน ทั้งรุ่นเดียวกัน และรุ่นพี่อีกด้วย เลสลี่พยายามบอกให้เจสเปิดใจให้กว้างและมองออกไปข้างหน้า ที่ที่ซึ่งทุกๆอย่างสามารถเป็นไปได้ แม้กระทั่งในความฝันของเราเอง นั่นทำให้ชีวิตเจสดีขึ้นมากจากที่เป็นอยู่ ด้วยความเครียดจากพ่อและแม่ที่คอยยัดเยียดความทุกข์ให้กับ เจส อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเขาไม่สมควรจะได้รับรู้กับความเครียดของผู้ใหญ่ในวัยนี้ ทำให้เจส เป็นคนที่เก็บกดอย่างมาก และรอวันที่จะปลดปล่อยออกมา ทุกวันหลังเลิกเรียน เลสลี่ พาเจสเข้าไปโดยทิ้งโลกแห่งความจริงไว้เบื้องหลัง สู่การผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจ และเจสก็ได้ถูกปลดปล่อยสู่โลกแห่งเธอราบิเธีย ทั้งเลสลี่และเจสก็ได้เป็นเพื่อนสนิทกันนับจากนั้นมา แต่ด้วยการตัดสินใจที่พลาดพลั้งเพียงเล็กน้อยของเจส ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดทำให้ชีวิตของเจสและคนรอบข้าง เปลี่ยนไปตลอดกาล...
Bridge To Terabithia เป็นภาพยนตร์ที่สอนชีวิตได้อย่างเต็มเปี่ยมกับคำว่า "มิตรภาพ" ของเด็กช่วงก่อนที่จะเป็นวัยรุ่น ซึ่งจินตนาการที่เต็มเปี่ยมของเด็กวัยนี้มีอยู่สูงมาก และหนังก็เล่นกับประเด็นที่ว่าชีวิตของเด็กคนหนึ่งซึ่งมีปัญหาในการใช้ชีวิตทั้งครอบครัวและโรงเรียน กับชีวิตของเด็กอีกคนที่มีความสุข และมิตรภาพก็เกิดกับเด็ก 2 คนนี้ โดยมีโลกแห่งเธอราบิเธียนั้น เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หนังดำเนินเรื่องไปอย่างราบรื่น ความสนุกความตื่นเต้นที่เกิดในโลกแห่งเธอราบิเธีย ที่คนดูต้องจินตนาการตามตัวละครในหนัง เพื่อทำให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกเดียวกัน และเข้าถึงตัวละครของทั้งคู่ได้ดี หนังสอนถึงความมั่นใจของเด็กชายผู้หนึ่งซึ่งหายไป แต่ในโลกแห่งจินจนการ เขาสามารถทำอะไรก็ได้ ทำให้ เจสมีความมั่นใจมากขึ้นกับการปลดปล่อยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาให้ทุกคนรู้ว่า เขานั้นมีความทุกข์อย่างไร และมีความสุขมากแค่ไหน ตัวละครเลสลี่เป็นตัวละครที่มีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นในจินตนาการของเธอเอง ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นเธอได้ เพราะเธอเปิดใจให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตเธอ ไม่คอยเก็บความรู้สึกที่ทำร้ายจิตใจของเธอไว้ในใจ ทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่อง ได้สอนคนดูให้รู้จักกับชีวิตที่ต้องผ่านพ้นช่วงเวลาความเยาว์วัยมาอย่างยากลำบากของเด็กคนหนึ่ง และการที่ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นบนโลกแห่งความจริง ซึ่งจินตนาการของคนเราสามารถทำให้ไม่คิดถึงช่วงเวลานั้นชั่วขณะ ใช้ชีวิตควบคู่กันไปอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้จิตใจเรานั้นปราศจากความทุกข์ไปเลยก็เป็นได้
ในหนังเรื่องนี้ ก็เล่าเรื่องได้อย่างสบายๆ ตามสไตล์หนังเด็กๆ จากค่ายหนังผู้สร้างประตูสู่นาร์เนีย มาสู่สะพานข้ามสู่โลกแห่งจินตนาการ ที่เน้นความเป็นดรามา มากกว่าที่จะเป็นหนังผจญภัยแฟนตาซีที่ตื่นเต้น เอาใจเด็กๆที่รักความตื่นเต้นผจญภัย แต่ตัวอย่างหนังที่ออกมา ทำเหมือนว่าจะเป็นหนังที่ดูลุ้นระทึกตลอดเวลา แต่หนังกลับทำออกมาเป็นหนังสอนชีวิตเด็ก ซึ่งทำได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ด้วยอารมณ์เศร้าที่อิ่มเอิบจิตใจอย่างบอกไม่ถูก ทำให้น้ำตาของผมไหลออกมา และอยากที่จะกลับไปดูอีกครั้ง กลับไปสู่ดินแดนแห่งมิตรภาพ ดินแดนแห่งเธอราบิเธีย หนังใช้เพลงที่ให้กำลังใจตลอดทั้งเรื่อง รวมทั้งเพลงประกอบในฉากต่อสู้กับจินตนาการ ปีศาจเงามืด ต้นไม้เดินได้ และสัตว์ประหลาดลูกสมุน โดยมียักษ์ใจดี และแมลงนักรบคอยช่วยเหลือ ทำให้อารมณ์หนังดรามา ดำเนินไปอย่างที่มีอะไรน่าติดตามและน่าค้นหาในจิตใจของเด็กทั้ง 2 คน และการเล่นภาพ Special Effect ที่ดูน่าตื่นตา แต่หนังไม่ได้เน้นไปที่ตรงนั้นทั้งหมด เพราะนั่นเป็นแค่ส่วนประกอบของเรื่องเพียงเท่านั้น เนื้อหาของเรื่องนี้ที่ดูตอนแรกเหมือนจะเป็นหนังชีวิตเด็กๆทั่วไป แต่กลับกลายเป็นหนังดรามาที่เน้นหนักด้านอารมณ์และเล่นกับจิตใจคนดูอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าหนังเด็กๆแบบนี้สามารถทำให้เป็นหนังดรามาหนักๆได้ ผมประทับใจอย่างมากกับการที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมกับอารมณ์ที่ดูเรียบง่ายสู่อารมณ์ที่เครียดหนักถึงหนักที่สุดแล้วปลดปล่อยอารมณ์ออกมาได้อย่างอิ่มเอิบใจดีจริงๆ...
Grade A







