Review: บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 - Grade D+
บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 ผลงานเรื่องล่าสุดของตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กม๊ก ที่ทั้งเล่นและกำกับเอง กับหนังบู๊ทำลายล้างผลาญ(เงิน) หนังลงทุนไปกับฉากแอ๊คชั่นลงทุนสูงแต่ดูไร้ความหมาย ความฮาในเรื่องทำเอาแทบกลุ้ม เพราะบางมุขก็ไม่รู้จะเล่นมาเพื่ออะไร พูดง่ายๆก็คือ มุขแป๊ก นั่นเอง แต่หนังหม่ำนะ ถ้าไม่ฮาก็ไม่ใช่หนังหม่ำสิ อย่างน้อยๆตั้งแต่เริ่มเรื่องก็มีฮาบ้างแล้ว แต่พอหนังดำเนินไปเรื่อยๆความฮาเริ่มลดน้อยลง และเน้นไปที่ฉากแอ๊คชั่นซะส่วนใหญ่ และฉากแอ๊คชั่นที่ไล่ล่ายิงกัน และมีระเบิดตูมตามตลอดเรื่องก็ดูไร้ความหมายมาก ผมว่าหนังไม่น่าจะใช้อะไรเยอะขนาดนี้ แต่ผมก็ยอมรับว่า หม่ำ กล้าลงทุนตรงนี้เพื่อที่จะได้ออกมาเป็นหนังแอ๊คชั่นฟอร์มยักษ์ที่ดูดี โดยไม่ใช้ CG ใดๆช่วยแต่อย่างใด แต่ไม่ใช่หนังเรื่องนี้ไม่มี CG เลยนะ แค่มีน้อยมากจนไม่ทันสังเกตเห็นนั่นเอง ส่วนในด้านเนื้อเรื่องที่ดูแสนจะธรรมดา คาดเดาได้ทั้งเรื่องว่า ผู้ร้ายต้องแพ้ พระเอกต้องชนะ แต่อย่างน้อยๆในเรื่องนี้ก็ยังมีประเด็นให้เล่นอีกที่ว่า มีเมียที่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองทำอาชีพอะไรจริงๆแล้ว เขาต้องปิดบังเมียแสนโหดของตัวเอง แต่แล้วเมียก็ถูกจับเพราะผู้ร้ายต้องการให้พระเอกเข้ามาช่วยเหลือ และฆ่าทิ้ง แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะง่ายไปซะทั้งหมด แถมยังเอา จา พนม มาเล่นเพื่อเป็นสีสันและล้อเลียนหนังดังอย่างต้มยำกุ้งอีกด้วย แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่มุขตลกที่ออกจากเนื้อเรื่องไปเลย ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 ถึงแม้ว่า หม่ำ จะอยากทำให้หนังเรื่องนี้ดูเป็นหนังคลายเครียดเรียกเสียงหัวเราะ และมันส์ไปกับฉากแอ๊คชั่นตระการตา แต่มันออกมากลายเป็นแค่หนังที่ดูแล้วไม่สนุกอย่างที่คิดไว้ เพราะตัวอย่างหนังก็โชว์ฉากเด็ดๆออกมาหมดแล้ว แทบไม่เหลืออะไรไว้ในหนังเลย ส่วนใหญ่หนังไทยจะเป็นแบบนี้ซะมาก โดยที่ทำตัวอย่างหนังเจ๋งๆออกมา แต่หนังจริงๆกลับไม่มีอะไรมากไปหว่าตัวอย่างหนังเลยแม้แต่น้อย
หนังเรื่องก่อนของหม่ำ แหยมยโสธร ผมชอบเอามากๆ เพราะมันดูตรงประเด็นกับการเล่าเรื่องและมุขตลกที่แหวกตลาดของหม่ำ และการนำเสนอของภาพที่ทำให้เหมือนหนังเก่า ดูแล้วแนวได้ใจ แต่กับหนังเรื่องบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยมทั้ง 2 ภาคของเขา ภาคแรกดีกว่าเยอะ เพราะมีอะไรๆให้น่าติดตามมากกว่าจะเป็นหนังล้อเลียนหนังเหมือนภาค 2 นี้ มันดูเหมือนเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่กลวงอยู่ข้างใน เข้าไปดูแล้วผิดหวังอย่างมาก
คำเหลา (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) เจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบสวนพิเศษ สำนักงานสืบสวนเฉพาะกิจแห่งหนองหวายหลึม ได้ถูกส่งตัวไปยังประเทศไทย หลังจากที่ทางหน่วยงานได้ข้อมูลลับมาว่า มีผู้ค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ สุชิน และ สุรชัย แฝงตัวอยู่ในประเทศไทย โดยได้เปิดธุรกิจค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ภายใต้แบรนด์ GRSM GRAMMA บังหน้า ทางหน่วยจึงได้ส่งคำเหลา เข้าไปปฏิบัติการต่อต้านผู้ไม่ประสงค์ดีรายนี้ คำเหลาเลยจำเป็นต้องงัดกลยุทธ์ทั้งหมด โกหก เขียว ภรรยาของตัวเอง ว่าต้องไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ โดยที่ไม่เคยปริปากบอกแม้แต่นิดเดียว ว่าตัวเองทำงานมีเกียรติขนาดไหน เขียวได้แต่สงสัยอยู่อย่างนั้น
คำเหลาแฝงตัวเข้าไปเป็นนักร้อง ในบริษัทค่ายเทป GRSM ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ระดับพ่อค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ตั้งขึ้นเพื่อใช้บังหน้า โดยคำเหลามาสมัครเป็นนักร้องโดยใช้ชื่อว่า “มัมมี่ เหลา” จนกลายเป็นที่โด่งดัง ระดับซุปเปอร์สตาร์ขวัญใจประเทศเพียงชั่วข้ามคืน จนสามารถทำยอดทะลุเป้าขายซีดีเพลงไปได้มากกว่า 100 ล้านแผ่น และในขณะที่มัมมี่เหลาโด่งดังขึ้น ก็ได้พบกับ พอลล่า (แจ็คเกอลิน อภิธนานนท์) นักสืบสาวจากหน่วยงานต่างประเทศ ที่แฝงตัวเข้ามาเป็นเลขาของ สุชิน และ เฮียสุรชัย ซึ่งเข้ามาปฏิบัติการอยู่ก่อนแล้ว โดยที่คำเหลาไม่รู้ตัวมาก่อน
คำเหลาและพอลล่า ทั้งสองคนต้องร่วมมือกัน เพื่อจัดการกับผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ให้ได้ ก่อนที่จะเกิดการปฏิบัติการระเบิดถล่มเมืองขึ้น ภาระกิจเพื่อประเทศและแฟนเพลง จึงเต็มไปด้วยความโกลาหลพอดู
บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 มีนักแสดงรับเชิญมามากมายทั้ง เท่ง และโหน่งที่มาช่วยเรียกเสียงฮากันมากขึ้นไปอีก แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้หนังเรื่องนี้ฮาได้มากนัก เพราะการรวมตัวของดารารับเชิญหลายๆคนที่อยู่ในหนังเรื่องนี้เหมือนเป็นการยำหนังให้แย่ลงมากกว่า ตัวหนัง หม่ำ น่าจะเป็นคนที่เล่นมุขมากกว่าคนอื่นๆ แต่ หม่ำ กลับทางหน้านิ่ง เป็นตลกหน้าตายตลอดแล้วให้คนอื่นๆเล่นตลกแทน ทำให้หนังออกมาไม่ค่อยดี และไม่ฮาอย่างที่คิด เพราะคนดูตั้งใจมาดูหม่ำนั่นเอง...
เกรด D+







