~๏“อ้๏มก๏ด”๏~
Contact Card

“~ดีคร่า~”

~๏หวัดดีทุกคนนะคะ๏~

~๏ชื่อ “เอ” นะคะ๏~

“๏ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ๏”

 

~๏“อ้๏มก๏ด”๏~
เพศ หญิง
เข้าระบบล่าสุด 17-08-2008 08:59:12
ลพบุรี | ไทย
ติดต่อ ~๏“อ้๏มก๏ด”๏~ ที่นี่เลย
น่าสนใจ
 


Blog Tags
สัญลักษณ์ของ tags ใน Kapook Planet ทั้งหมด ()



Blog    
บล็อค ทั้งหมดของ ~๏“อ้๏มก๏ด”๏~
28 มี.ค. 2551 12:08:03

คำขวัญท้ายรถร่วมกตัญญู
- ขออภัย....มือใหม่หัดห่อ

คำขวัญท้ายรถ 10 ล้อ
- บินได้ ตูบินไปแล้ว
- อย่าดื่มเหล้าขณะขับรถ เพราะจะทำให้เหล้าหกเสียของ
- การขับรถทำให้ประสิทธิภาพในการดื่มสุราน้อยลง
- คำเตือน “ห้ามดื่มสุรา ขณะมึนเมา”
- เมาไม่ขับ จะกลับยังไง
- เมาเหล้าเสียหลัก เมารักเสียใจ
- เมาไม่ขับ เพราะกลับไม่ถูก
- เมาไม่จับ
- หลงทางยังหาเจอ หลงเธอสิเหลือทน
- ถนนคือการศึกษา ใบสั่งคือปริญญา
- รถติดคือมรดกไทย อนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน
- เมียซื้อเงินสด รถซื้อเงินผ่อน
- เศษแก้วมันบาดคน คำพูดของเศษคนมันบาดใจ
- ถึงจะขับ 10 ล้อ แต่ก็ได้หมอเป็นเมีย
- เหงื่อทุกหยด เพื่ออนาคตน้องเมีย
- จำกัดความเร็ว 180 กม./ 3 ชั่วโมง
- จ่ายเฉพาะด่านรู้ใจ
- อยู่บ้านเมียด่า ออกมาจ่าจับ
- ถ้ารีบ ทำไมไม่ไปตั้งแต่เมื่อวาน
- เห็นตูเป็นลาว จับเช้า จับเย็น
- ห้ามยกเล่น
- กินลูกเดียว เที่ยวสองลูก
- ขับเร็วว่าแดกม้า ขับช้าว่าหมาไม่แดก

คำขวัญท้ายรถไรม่ะรู้
- ใช้หนีราชการเท่านั้น
- รถจะขับ...โทรศัพท์ก็จะคุย..ถุยย
- ใช้ในราชการ (ก็) เท่านั้น

คำขวัญท้ายรถซิ่ง
- วัตถุไปไว
- อดีตเคยแรง
- ขับเร็วชิดซ้าย ขับไวชิดขวา
- ทุกอย่างดังหมด ยกเว้นเครื่องเสียง
- อุบัติเหตุป้องกันได้ ถ้าให้เธอนั่งข้าง
- เหยียบเบรกคิดถึงเมีย เข้าเกียคิดถึงเธอ
- รักจริงหวังแต่ง รักแท้หวังฟัน รักนิรันดร์ฟันแล้วทิ้ง

คำขวัญท้ายรถเก่า
- แอบแซง เพราะแรงน้อย
- โกรธอ๊ะป่าววว ถูกรถเก่าแซง
- วันนี้ไม่แรง ให้แซงไปก่อน
- มือใหม่หลบไป มือเก่าจะแซง
- หมาเห่ายังบุบ

คำขวัญท้ายรถเต่า
- ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก
- ขับเร็วด้วยแนงม้า ขับช้าด้วยแรงเต่า
- ไม่แรง อย่าแซงเต่า
- ตอนนี้หมดแรง แซงได้เล้ยยยย

ใครจะเอาไปติดมั่งก็เชิญน้า...


ที่มา: http://www.saranair.com/article.php?sid=16804
Tags: ขำดี
ผู้ชม (155)    แสดงความคิดเห็น (0)

28 ก.พ. 2551 13:14:50

วันนี้เราลองมา ทายใจ...จากเบอร์มือถือกัน

วิธีคำนวณ

1. นำเลขเบอร์โทรศัพท์มือถือของคุณ 7 ตัว บวกจนเหลือเลขสองตัว อย่าง เบอร์โทรศัพท์ 01-3456789 ก็จะเป็น 3+4+5+6+7+8+9 = 42

2. จากนั้นก็บวกรวมกันอีกครั้ง เป็น 4+2 = 6 เมื่อได้เลขตัวเดียวแล้ว ก็ให้นำไปเทียบกับคำทายด้านล่างนี้กันได้เลย กรณีที่บวกกันแล้วเหลือเลขสองตัวสุดท้าย เอามาบวกกันแล้วเป็นหลัก 10 เช่น 47 = 4+7=11=1+1=2

เฉลย

1 - เป็นคนมีอำนาจ ชอบเป็นผู้นำ ใจร้อน ขี้บ่น แต่โกรธง่ายหายเร็ว บางครั้งก็ใจง่าย โลเลเป็นตัวของตัวเอง

2 - เป็นคนอ่อนไหวง่าย เป็นคนมีเสน่ห์ ชอบทำอะไรคนเดียวเงียบๆ บุคลิกภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในอ่อนไหว

3 - ออกไปทางแนวซ่าๆ ชอบพูดเสียงดัง แต่พูดไม่ค่อยเก่ง ทำอะไรต้องทำให้สำเร็จ

4 - เป็นนักพูดตัวยง เป็นคนสนุกสนาน เจ้าชู้ มีเสน่ห์

5 - เป็นคนมีเหตุผลไม่วู่วาม ขี้สงสาร ฉลาด เป็นที่ปรึกษาที่ดี ที่สำคัญไม่ชอบโกหกใคร

6 - เป็นคนร่ำรวยความรักที่พร้อมจะให้กับผู้อื่น หมดเงินไปกับการแต่งตัว และความบันเทิงทั้งหลาย

7 - ขี้ตกใจ ขี้กังวล เวลาโกรธมากๆ มักจะขาดสติ คำพูดมักจะก่อให้เกิดศัตรูได้

8 - เป็นคนที่หลงคนง่าย เชื่อคนง่าย นิสัยจะออกก๋ากั่น นักเลงนิดๆ

9 - เป็นคนประหลาดชอบทำตัวเหมือนคนโบราณ หรือ เป็นผู้ใหญ่เกินอายุ ช่างคิด

“เอามาให้อ่านกันขำๆนะถ้าไม่ตรงกับตัวเองก้ออย่าคิดมากนะคะ”


ที่มา: http://www.kforever.com/forums/index.php?s=00552aa31cfe31f286c728a675a33ac6&showtopic=2050&st=240
Tags:
ผู้ชม (143)    แสดงความคิดเห็น (1)

28 ก.พ. 2551 12:38:04

 ขอบคุณคนที่นำเรื่องดีๆเรื่องนี้มาให้อ่านนะคะ

 เออ่านเรื่องนี้แล้วทำให้เอคิดถึงน้องชายของเอที่อายุห่างกันกะเอ 3ปีเหมือนกันอ่านแล้วคิดถึงอาร์ทจัง

ใครที่เคยอ่านแล้วก้อลองมาอ่านอีกทีนะ ซึ้งๆๆๆๆและซึ้ง 

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี

วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ ของฉันมีกัน จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน
"ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน
พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า "ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพ ก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ" พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น

ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้ แล้วพูดว่า
"ผมขโมยเองครับ"

ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน
"ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"

คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้ หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า
"พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว" ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ

หลายปีผ่านไป แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง ฉันไม่อา จลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8 ปี ส่วนฉันอายุ 11 ปี... เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นก น

คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดี เรียนดีมากนะ"
แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า "แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไร ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"

ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า
"ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว" พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่
"ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้"

คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ ทั่วทั้งหมู่บ้าน เพื่อขอยืมเงิน ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า
"ต้องให้น้องได้เรียนต่อ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้"

แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ ใครจะรู้ได้ .... วันต่อมาในตอนเช้ามืด น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ
"พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ .... ผมจะไปหางานทำ แล้วจะส่งเงินมาให้พี่"

ฉันนั่งอยู่บนเตียง อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า .... ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉันอายุ 20 ปี .... ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหามที่ ไซท์ก่อสร้ าง .... ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3

วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า
"มีชาวบ้านมาหาเธอ อยู่ข้างนอกแน่ะ"

ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ??? ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง

ฉันถามเขาว่า "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"

น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิ สกปรกมอมแมมออกอย่างนี้ ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี"

ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ "พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม"

จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ ... เขาติดกิ๊บให้ฉัน แล้วพูดว่า
"ผมเห็นสาวๆ ในเมือ งเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"

ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี ....

วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก ฉันสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า
"แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ" แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า
"แม่ไม่ได้จ้างหรอก น้องชายลูก ต่างหาก วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ" ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ ฉันจับมือน้องเอ าไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม "ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ และ..."น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด เพราะฉันหันหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...

หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้ งหนึ่ง แต่เมื่อออกไปแล้ว ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป เขาบอกกับฉันว่า
"พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ ผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง"

สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้

เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด

... เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา

... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า "ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!! ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้ ดูตัวเองซิ เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง" คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน ส่วนผมมันการศึกษาต่ำ ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด" น้ำตาปริ่มดวงตาของฉัน รวมทั้งสามีของฉันด้วย ....

ฉันบอกกับน้องว่า "แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..."
"ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ" น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...

เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี เขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า
"ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้"

น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" .... และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้ "ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้ านหนึ่ง เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2 ชม. เพื่อเดินไปเรียน และเดินกลับบ้าน วันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ .... นับจากวันนั้น ผมสาบานกับตัวเอง ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี และจะทำดีกับเธอ"

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ...."ในโลกใบนี้ คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"

ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้ น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง... จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขา คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับคนคนนั้น อาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง ...ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม


ที่มา: http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=writerboard&No=2767
Tags:
ผู้ชม (191)    แสดงความคิดเห็น (1)

28 ก.พ. 2551 12:22:48
       >>>
>>>. . . หลังวาเลนไทน์ วันที่ 14
กุมภาพันธ์
>>>
>>>ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่ว
ไป
>>>
>>>“กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอก
รัก"
>>>
>>>สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิต
ผม
>>>
>>>เพื่อให้คนคนหนึ่งใน ทุก ๆ ปีของ
วันนี้
>>>
>>>. . . ก่อนวันที่ 14
กุมภาพันธ์
>>>
>>>ผมเดินออกจาก
บ้าน
>>>
>>>ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้
แฟนของผม
>>>
>>>เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหา
ลัยของเรา
>>>
>>>ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหา
ผม
>>>
>>>ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บน
โต๊ะ
>>>
>>>หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหู
เป็นเวลานานทีเดียว
>>>
>>>ผมปรี่ออกจากบ้านไปหา
เธอ
>>>
>>>โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืน
นั้น
>>>
>>>แต่
แล้ว!!
>>>
>>>ผมก็เห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืน
นั้นมีรอยเลือด
>>>
>>>"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วย
ความโมโห
>>>
>>>พ่อหน้าซีด
ทันที
>>>
>>>" X เหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไป
เช็ดเลือด"
>>>
>>>"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้
แฟน"
>>>
>>>พ่อเงียบ . . . ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อ
เงียบเมื่อจนกับปัญหา
>>>
>>>ความโหโหสั่งผมให้ทำได้
แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ
>>>
>>>พ่อเบือน
หน้า
>>>
>>>"พ่อขอโทษ มานี่ . . . " พ่อยื่นมือมารับ
ผ้าเช็ดหน้า
>>>
>>>"พ่อจะเอาไปซักให้
เอง"
>>>
>>>ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานาน
พอควร
>>>
>>>ไม่ยอมลงจาก
บ้าน
>>>
>>>เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้า
ใคร
>>>
>>>หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่
คอยส่งข้าวให้ผม
>>>
>>>ยามเมื่อผมมองตาแม่ครั้งใดทุก
ครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา
>>>
>>>ผมเริ่ม
รู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป
>>>
>>>. . . 14
กุมภาพันธ์
>>>
>>>ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่
เสียใจ
>>>
>>>ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือ
เปล่า
>>>
>>>ผมยอมออกมาจาก
ห้อง
>>>
>>>ผมไม่เห็น
พ่อ
>>>
>>>เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมี
ผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน
>>>
>>>ข้างๆ มีกองเลือดอยู่
และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม
>>>
>>>ถึงจะล้าง
รอยเลือดไม่หมด ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผม
อยู่
>>>
>>>"พ่อ ผมอยากขอโทษ
ครับ"
>>>
>>>พอผมหันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่
แม่ร้องไห้มาแต่ไกล
>>>
>>>แม่วิ่งมากอดผม "พ่อเสีย
แล้วนะ"
>>>
>>>ผม
อึ้ง!!
>>>
>>>แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบ
ว่า
>>>
>>>พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติด
เชื้อ
>>>
>>>รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจามออก
มา พ่อมองไม่เห็น
>>>
>>>"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธ
ว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
>>>
>>>"ทำไมล่ะ
ครับ"
>>>
>>>"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไป
เที่ยวกับแฟน"
>>>
>>>ผมอึ้งเป็นครั้งที่
สอง!
>>>
>>>"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่า
เพิ่งบอกลูก
>>>
>>>ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟน
ก่อน
>>>
>>>พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาดโอกาสอย่าง
นี้เพราะพ่อคนเดียว
>>>
>>>พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ด
หน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
>>>
>>>แต่พ่อบอกว่าพ่อ
ของลูกทำดีที่สุดแล้ว"
>>>
>>>ผมกอดแม่
ร้องไห้
>>>
>>>วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความ
ทรงจำตลอดไป
>>>
>>>"พ่อครับ ผมขอโทษ . . .
"
>>>
>>>___________________________________________

                                    (อ่านแล้วช่วยซึ้งหน่อยน้า...เออ่านแล้วยังซึมๆเลย คิดถึงพ่อจัง...)



ที่มา: http://www.dek-d.com/board/view.php?id=525519
Tags:
ผู้ชม (81)    แสดงความคิดเห็น (1)

28 ก.พ. 2551 12:00:41

แก้มุขจีบสาวฮาๆ

ชาย: กี่โมงแล้วครับ.... ประทานโทษ ..วันเวลาของผม..มันหยุดไปหมด..เมื่อพบกับคุณ
หญิง: ไม่รู้สิคะ...นาฬิกาของฉัน..มันตายทันที..ที่เห็นหน้าคุณ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: ถ้าคิดถึงคุณ..แล้วต้องเสียตังค์ครั้งละบาท.... ผมคงหมดเนื้อหมดตัว..ภายในวันเดียว
หญิง: ให้คิดถึงคุณ..แล้วได้ตังค์ครั้งละพัน ..ฉันยังไม่เอาเลย
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: คุณท่าทางจะมีโชคนะครับ.. ผมเป็นหมอดู.... ดูดวงจากหมายเลขโทรศัพท์.ไหนบอกเบอร์มาสิครับ..ผมจะทายให้ (มุขนี้เวิร์กนะ ..อย่าดูถูก)
หญิง: ดีจังเลยค่ะ ..ดูให้แฟนฉันหน่อยนะคะ ..เบอร์ 0 1XXX XXXX ค่ะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: ผมจะต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายล่ะครับ.... ความรักของคุณ..มันทำให้ผมตาบอดซะแล้ว
หญิง: หน้าอย่างคุณ ..ขายหวยเถื่อน..จะเวิร์กกว่ามั้งคะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: วาเลนไทน์นี้..ไม่ต้องหาอะไรให้ผมหรอกนะ.... เพียงคุณคุยกับผม..ดอกไม้ก็บานเต็มหัวใจผมแล้ว
หญิง: ดูให้ดีสิคะ.. ที่บานน่ะ.. ดอกท้อกับหน่อแห้ว..หรือเปล่าน่ะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: วาเลนไทน์นี้..ไม่ว่างมาเจอกันใช่ไหม ?.... ไม่เป็นไรหรอก ..ทุกๆ วันที่ผมได้เจอคุณ .มันคือวันวาเลนไทน์ของผม
หญิง: เหรอคะ.. แต่ทุกๆ วันที่ฉันได้เจอคุณ ..มันเหมือนเป็นวันพฤษภาทมิฬน่ะค่ะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: ผมทำให้คุณได้ทุกอย่าง. ยกเว้นแค่.... เหาะขึ้นไปบนฟ้า .กับการไม่รักคุณ
หญิง: งั้นขึ้นไปอยู่บนตึกใบหยกสอง ..แล้วโดดลงมาซะ.. นะคะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ... เพราะผมเอาให้คุณไปแล้ว..ตั้งแต่วันที่เราพบกัน
หญิง: อ้าว ไม่รู้อ่ะค่ะ ...นึกว่าหัวใจหมู..เลยต้มให้หมากินไปแล้ว
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: (ยื่นเครื่องตรวจฟังหัวใจ. ส่งให้) ...ฟังสิครับ..เสียงหัวใจของผม..มันพยายามบอกอะไรคุณแน่ะ
หญิง: พอดี..เสียงมดลูกของฉัน.. มันร้องบอกว่า..ไม่อยากได้คนอย่างคุณ..มาทำพันธุ์น่ะค่ะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: เมื่อคืนที่บ้านไฟดับ .แต่ผมไม่ต้องใช้ไฟฉาย..หรือเทียนเลยครับ... เพราะแค่นึกถึงคุณ .โลกของผม..ก็สว่างไสวไปหมดแล้ว
หญิง: เมื่อคืน..เผลอนึกชื่อคุณขึ้นมา.. โลกมืดไปหมดเลย ...นึกว่าไฟดับซะแล้ว
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม.... คุณไปอยู่ไหนมาครับ?
หญิง: ยังไม่เกิดค่ะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: ประทานโทษ... คุณเคยทำให้ใคร-หัวใจหยุดเต้น..ด้วยสายตามาบ้างหรือเปล่าครับ
หญิง: กำลังพยายามใช้กับคุณ..เป็นคนแรกค่ะ
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: สำหรับผม ..คุณคือทุกๆ อย่าง..ในชีวิต
หญิง: สำหรับฉัน ..คุณคือ..บัตรเครดิต..ที่ไม่ต้องจ่ายสตางค์
~~~~~~~~~~~~~~~~
ชาย: ผมยอมอายุสั้นลงไป 1 ปี... แลกกับ..การคุยกับคุณ 1 นาที
หญิง: ฉันคุยกับคุณเป็นชั่วโมง..ก็ได้ค่ะ

หนุ่มชีกอ: "เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าครับ?"
สาวแสบ : "เคยค่ะ เดี๊ยนเป็นพนักงานต้อนรับอยู่ที่คลีนิคกามโรคไงคะ"

หนุ่มชีกอ: "ผมเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อนรึเปล่าเนี่ย?"
สาวแสบ : "คงงั้นมั้งคะ ชั้นถึงไม่เคยไปที่นั่นอีกเลยไง"

หนุ่มชีกอ: "ที่นั่งตรงนี้ว่างมั้ยครับ?"
สาวแสบ : "ว่างค่ะ และที่ของเดี๊ยนก็จะว่างด้วยนะคะถ้าคุณจะนั่งล่ะก็"

หนุ่มชีกอ: "จะไปบ้านคุณหรือบ้านผมดี?"
สาวแสบ : "ทั้งสองหลังเลยดีกว่าค่ะ คุณไปบ้านคุณ ชั้นก็ไปบ้านชั้น"

หนุ่มชีกอ: "ผมอยากโทร.ไปหาคุณจังเลย เบอร์อะไรครับ?"
สาวแสบ : "มันก็อยู่ในสมุดโทรศัพท์ไงคะ"
หนุ่มชีกอ: "แต่ผมไม่รู้จักชื่อคุณนี่?"
สาวแสบ : "นั่นก็อยู่ในสมุดโทรศัพท์เหมือนกันค่ะ"

หนุ่มชีกอ: "งั้นคุณทำมาหากินอะไรครับ?"
สาวแสบ : "เดี๊ยนปลอมตัวเป็นผู้หญิงค่าาาา"

หนุ่มชีกอ: "ผมรู้วิธีที่จะปฏิบัติต่อผู้หญิงหรอกน่า"
สาวแสบ : "งั้นก็กรุณาอย่ามาวุ่นวายกับเดี๊ยนนะคะ"

หนุ่มชีกอ: "ถ้าหากผมได้เห็นคุณเปลือยเปล่า ผมคงตายอย่างมีความสุข
สาวแสบ : "งั้นเชียว
แต่ถ้าชั้นได้เห็นคุณล่อนจ้อนนะชั้นคงได้ตายอย่างขำกลิ้งแน่เลย"

หนุ่มชีกอ: "ผมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณ"
สาวแสบ : "อุ๊ย ดีค่ะ เราเริ่มกันที่บัญชีธนาคารของคุณเลยเป็นไงคะ"

หนุ่มชีกอ: "ผมอยากถวายตัวให้กับคุณนะ"
สาวแสบ : "เสียใจนะคะ เดี๊ยนไม่รับของขวัญถูกๆ ค่ะ"

สาวๆคนไหนจะนำไปใช้ก้อไม่ว่ากันะคะ

(อ่านแล้วก้อเม้นให้เค้าบ้างน้า จะได้มีกำลังใจไปหามาให้อ่านอีกจ๊ะ)


ที่มา: http://www.dd108.com ขอบคุงเจ้าของมากมายน้าค้าที่เอาเรื่องดีๆมาให้อ่าน
Tags:
ผู้ชม (315)    แสดงความคิดเห็น (1)

เกมส์ทำอาหาร | ผลบอล | แชท | หาเพื่อน | สกิน | หางาน | สกินhi5 | การ์ตูน | กลอนปีใหม่ | motor expo | เกมส์ออนไลน์ | ดูทีวีย้อนหลัง | ผลฟุตบอล | โหลดเพลง | งาน |
คลิป | ฟังวิทยุ | กลอนวันพ่อ | มือถือ | ผู้หญิง | scribble | เกมส์มือถือ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | astv | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | twitter | วันคริสต์มาส | วันพ่อแห่งชาติ |
Kapook Planet เป็นบริการพื้นที่สำหรับสมาชิกเพื่อแสดงข้อความและรูปภาพตามเงื่อนไขในการให้บริการ ทาง Kapook.com ไม่สามารถรับรองความถูกต้อง และรับผิดชอบต่อข้อความและรูปภาพเหล่านี้
เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม
กรุณาแจ้งที่ webmaster@kapook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
Kapook Planet (Online Social Networking) and Kapook KookKik (Mobile Social Networking) are Registered Trademarks